ตอนที่ 10 วันแห่งการเที่ยวปราสาท (ทางตอนใต้ของเจอมันนี)

วันที่ 6 พวกเราตื่นกัน 6 โมงเช้า ฟ้าสว่างแล้ว เราเปิดหน้าต่าง เดินออกไปที่ระเบียงชมปราสาท Neuschwanstein ยามเช้า ดูท่าทางวันนี้น่าจะอากาศดี ท้องฟ้าปลอดโปร่ง ไม่มีฝนครับ เราอาบน้ำและทำอาหารเช้ากินกันเพราะว่าในห้องพักมีห้องครัวพร้อมอุปกรณ์ให้ อีกอย่างนึงคือ ผมลืมไปว่าโรงแรมมีอาหารเช้าให้ด้วย เมื่อวานเลยซื้ออาหารที่ Supermarket กัน ประมาณว่า ใครอยากกินอะไรก็ซื้อมา อาหารมื้อหลากหลายมาก มีสเต็คหมูแดง ใส้กรอก เบคอน แฮม หน่อไม้ฝรั่ง ข้าวสำเร็จรูป ขนมปัง กาแฟ ผมรีบกินข้าวเสร็จก่อนแล้วเดินไปที่ Ticket office คนเดียว (ใช้เวลาประมาณ 10 นาที) เพื่อให้ทัน office เปิดเวลา 8 โมงเช้า ผมจำเป็นต้องแสดงตั๋ว “14-days-tickets of the Bavarian Palace Department” ที่พวกเราซื้อไว้ที่ Würzburg เพื่อให้ทาง Ticket Office ออกตั๋วสำหรับเข้าปราสาท Neuschwanstein ให้ และพวกเราอยากเข้าชมภายในปราสาท Hohenschwangau (อ่านว่า โฮเฮนชวานเกา) ด้วย จึงซื้อตั๋วสำหรับเข้าปราสาท Hohenschwangau เพิ่มอีกต่างหาก ผมไปถึง Ticket Office ประมาณ 8 โมง มีคนยืนรอต่อคิวประมาณ 2-3 คนครับ แปล๊บเดียวพวกเราจึงได้ตั๋วขึ้นปราสาททั้งสองได้ โดยพวกเราได้ตั๋วเข้าปราสาท Hohenschwangau เวลา 8:55 น. และได้ตั๋วเข้าปราสาท Neuschwanstein เวลา 10:55 น. สมัครพักพวกคนอื่นๆ กำลังเดินตามออกมา โดยเรานัดเจอกันที่ Ticket Office นี้ไม่เกิน 8:20 น.


รูปที่ 1 : ปราสาท Neuschwanstein ยามเช้า

หากท่านต้องการเที่ยวชมภายในปราสาท Hohenschwangau และปราสาท Neuschwanstein อยากแนะนำให้เดินทางไปถึง Ticket office แต่เช้า (ไม่เกิน 8.30 น.) จะไม่เสียเวลารอคิวในการซื้อตั๋วเข้าปราสาททั้งสองนานครับ ทาง Ticket Office มีกฏว่าเวลาเข้าประตูปราสาททั้งสองต้องห่างกันอย่างน้อย 2 ชั่วโมง เนื่องจากการเข้าชมภายในปราสาททั้งสองใช้เวลาประมาณ ปราสาทละ 45 นาที และต้องเสียเวลาเดินทางระหว่างปราสาททั้งสองประมาณ 30-60 นาที จึงควรเผื่อเวลาให้ดีนะครับ

เวลาประมาณ 8:20 น.แล้วเพื่อนสมาชิกเรายังไม่มา 8:30 น.แล้วทำไมยังไม่มากันอีกนะ 8:35 น. เพื่อนสมาชิกเพิ่งเดินมาถึงที่ Ticket office พวกเรามีเวลาเพียง 15 นาทีในการเดินขึ้นเขาไปถึงหน้าประตูทางเข้าปราสาท Hohenschwangau ทุกคนจ้วงเท้าอย่างเร็วที่สุด อากาศตอนเช้าก็หนาว ประตูทางเข้าปราสาทก็สูง ผมเกือบจะหายใจไม่ทันช่วงก่อนจะถึงประตูปราสาท เราไปถึงหน้าประตูเวลา 8:50 น. ทุกคนไม่พูดจาอะไรกัน ต่างคนต่างหายใจเร็วๆ หอบๆ กัน แล้วในที่สุดเราก็เข้าปราสาท Hohenschwangau ทันเวลาจนได้


รูปที่ 2 : ปราสาท Hohenschwangau เดินได้ทั่วเกือบทุกห้อง

รูปที่ 3 : อีกมุมนึงของปราสาท Hohenschwangau จากจุดชมวิวบนปราสาท Neuschwanstein

ปราสาท Hohenschwangau ปัจจุบันเอกชนได้ครอบครองเป็นเจ้าของ จึงเรียกเก็บค่าตั๋วเข้าชมปราสาทแยกต่างหากจากปราสาท Neuschwanstein หากท่านมีเวลาผมอยากแนะนำให้เข้าชมปราสาท Hohenschwangau ด้วยเพราะว่า เราสามารถเดินชมภายในปราสาทได้ทั่วเกือบทุกพื้นที่ ไม่เหมือนกับปราสาท Neuschwanstein ที่สามารถเดินชมภายในได้แค่บางส่วนเท่านั้น เนื่องจาก ตั้งแต่ก่อสร้างปราสาท Neuschwanstein มาจนถึงปัจจุบันนี้ ปราสาทยังสร้างไม่เสร็จเลยครับ ผมขอไม่อธิบายภายในตัวปราสาท Hohenschwangau กลัวว่าจะเขียนอธิบายไม่ถูก ลองค้นหาได้จากเว็บอื่นๆ ละกันครับ

หลังจากดูภายในปราสาท Hohenschwangau เสร็จแล้วเราเดินลงจากปราสาทอีกเส้นทางหนึ่ง ซึ่งสามารถชมวิวทะเลสาบที่อยู่ใกล้ปราสาทได้ แล้วเดินต่อมาเกือบถึง Ticket office จะเป็นจุดซื้อตั๋วและขึ้นรถบัสไปปราสาท Neuschwanstein เราเห็นกรุ้ปทัวร์คนเอเชียพอสมควร ผสมปนเปกับพวกฝรั่ง หลังจากซื้อตั๋วรถบัสได้แล้วจึงยืนรอคิวเพื่อจะขึ้นรถบัสคันต่อไป ผมเจอกรุ๊ปทัวร์คนไทยกรุ๊ปนึง มากันประมาณ 300-400 คน โอ่…โชคดีจริงๆ ที่เรารีบเดินลงมาซื้อตั๋วรถบัสก่อน ไม่อย่างนั้นเราเข้าประตูปราสาท Neuschwanstein ไม่ทันแน่ๆ เรารอรถบัสประมาณ 15 นาทีก็ได้ขึ้นรถบัสคันถัดมา รถวิ่งขึ้นเขาใช้เวลาประมาณ 10 นาทีก็ถึงจุดจอดรถของปราสาท เราต้องเดินเท้าไปที่หน้าประตูทางเข้าปราสาท Neuschwanstein อีกประมาณ 10 นาที เราเดินไปถึงหน้าประตูทางเข้าก่อนเวลา 10 นาที จึงมีเวลาให้เราแวะถ่ายรูปบรรยากาศด้านหน้าปราสาท ระหว่างรอเวลาชมภายในปราสาท


รูปที่ 4 : Neuschwanstein ปราสาทที่น่าหลงใหล แต่ยังคงสร้างไม่เสร็จจนถึงปัจจุบัน

ปราสาท Neuschwanstein หรือบางคนเรียกว่าปราสาทเทพนิยาย ที่นี่เป็นสถานที่เที่ยวอันดับ 1 ของเจอมันนี ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวแวะเวียนมาชมภายในปราสาท ปีละ 1.3 ล้านคน ความงดงามภายในคงไม่สามารถเขียนเรียบเรียงได้ถูกต้องครบถ้วนได้ ต้องมาดูมาชมด้วยตัวเอง หลังจากเข้าชมปราสาทที่ห้องโถงใหญ่ซึ่งเป็นห้องสุดท้ายเสร็จแล้ว จะมีร้านขายของที่ระลึกภายในตัวปราสาท 2 ร้านครับ ร้านแรกจะขายของคุณภาพดี ราคาแพง และถัดมาเป็นร้านขายของ ราคาถูกกว่า คุณภาพดีใกล้เคียงกัน หลังจากซื้อของติดไม้ติดมือเสร็จแล้ว เราเดินออกจากตัวปราสาทแล้วเดินกลับไปที่จุดลงรถบัส จากนั้นเราเดินขึ้นเขากันต่อเพื่อเดินไปยังสะพานเชือก แล้วถ่ายวิวตัวปราสาท สวยงามมากทีเดียว ระหว่างทางเดินขึ้นเขาได้ยินเสียงดนตรีพื้นเมืองจาก begger ทำให้บรรยากาศมีชีวิตชีวาเพิ่มขึ้นมาไม่น้อย เด็กๆ ที่เดินเหนื่อยๆ ชอบใจกันใหญ่ครับ


รูปที่ 5 : คนขับกล่อมดนตรีพื้นบ้านระหว่างทางเดินขึ้นเขาไปยังสะพานเชือก

รูปที่ 6 : มุมนี้ของปราสาท Neuschwanstein เกินบรรยาย

หลังจากถ่ายรูปทีสะพานเชือกเสร็จแล้ว เราเดินลงเขามารอรถบัสสักพักรถบัสคันต่อไปก็ขึ้นมาส่งผู้โดยสารเสร็จ เราจึงขึ้นรถลงเขากลับไปจอดที่จุดซื้อตั๋วที่เดิม ผมดูนาฬิกาเวลาบ่ายโมงกว่า คิวคนรอรถบัสชึ้นปราสาทเยอะพอสมควร กะดูคล่าวๆประมาณ 60-80 คน พวกเราต้องรีบเดินทางกลับไปที่โรงแรมให้เร็วที่สุด เพราะว่าตอนนี้เลยเวลา check out แล้ว ระหว่างทางพวกเราเดินผ่าน Ticket office มีคนยืนรอเข้าคิวเพื่อซื้อตั๋วเข้าปราสาททั้ง 2 เยอะมากครับ มากกว่า 100 คน กรุ๊ปทัวร์ต่างๆ ก็หลายกรุ๊ปครับ ผมอยากแนะนำ ให้มาขึ้นปราสาทช่วงเช้า 8 โมงดีกว่าครับ เราจะได้ไม่เสียเวลารอครับ

อันที่จริงการขึ้นไปที่ปราสาท Neuschwanstein ไปกันได้ 3 ทาง คือ ทางรถบัสใช้เวลาประมาณ 10 นาที ทางรถม้าใช้เวลาประมาณ 20 นาที และการเดินขึ้นเอง ใช้เวลาเดินขึ้นประมาณ 30-40 นาที ผมเคยขึ้นมาหมดทั้ง 3 ทางแล้วคิดว่า รถบัสน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดครับ ถ้ามีเวลาเที่ยวอยู่ที่นั่นมากหน่อย ก็อาจจะซื้อตั๋วรถบัสเฉพาะขาขึ้นปราสาท ส่วนขาลงก็เดินลงก็ได้ครับ ได้ออกกำลังกาย ไม่เหนื่อยมากครับ


รูปที่ 7 : มุมด้านหน้าโรงแรมของพวกเรา

รูปที่ 8 : ทะเลสาบ Planse ใน Austria ระหว่างทางก่อนถึงปราสาท Linderhof

พวกเราเดินกลับมาถึงโรงแรมประมาณ บ่ายโมงครึ่ง เจ้าของโรงแรมไม่ค่อยพอใจนิดหน่อยที่เรากลับมา checkout ไม่ทัน 11 โมงเช้า แต่ก็โชคดีที่ไม่โดนปรับเงินอะไร พวกเรารีบขนของออกจากห้องเสร็จแล้วคืนกุญแจกับเจ้าของ เพื่อเดินทางกันต่อ พวกเราไม่มีเวลาพอที่จะขึ้น cable car เพื่อดูวิวปราสาท Neuschwanstein จากยอดเขา Tegelberg (อ่านว่า เทเคิลแบค) จึงต้องจบการเดินทางในเส้นทาง Romantic road แต่เพียงเท่านี้ แต่เรากำลังเดินทางกันต่อไปยังปราสาททีสวยงามอีกแห่งหนึ่งซึ่งไม่ได้อยู่บนถนนสายโรแมนติก นั่นคือ ปราสาท Linderhof


รูปที่ 9 : บริเวณสวนด้านหน้าของตัวปราสาท Linderhof

รูปที่ 10 : ด้านข้างของปราสาท Linderhof

Liderhof ปราสาทนอกเส้นทางสายโรแมนติก

ปราสาท Linderhof (อ่านว่า ลินเดอโฮฟ) ตั้งอยู่ชานเมือง Ettal (อ่านว่า เอ็ดเทาว์) ของเจอมันนี ซึ่งอยู่ใกล้ชายแดนประเทศ Austria หากเดินทางจากเมือง Füssen ต้องขับรถเข้าประเทศ Austria ที่เมือง Reutte (อ่านว่า รูทเท) แล้วจึงวิ่งลัดเลาะข้างทะเลสาบ Plansee ชมวิวของทะลสาบแห่งนี้ แล้วจึงวิ่งผ่านชายแดน Austria เข้าสู่เจอมันนีอีกครั้ง ใช้เวลาเดินทางทั้งหมดประมาณ 1 ชั่วโมง ปราสาทแห่งนี้สวยงามไม่แพ้ปราสาท Neuschwanstein เนื่องจากเป็นปราสาทที่กษัตริย์ Ludwig ที่ 2 เสด็จประทับอาศัยเมื่อยังมีพระชนชีพอยู่ พวกเราแสดงตั๋ว “14-days-tickets of the Bavarian Palace Department” ที่ Ticket Office เพื่อรับตั๋วสำหรับเข้าชมภายในตัวปราสาท พื้นที่โดยรอบบริเวณปราสาท Linderhof นั้นกว้างใหญ่มาก ถูกจัดเป็นสวนธรรมชาติ สามารถเดินเล่นได้ฟรี โดยไม่ต้องซื้อตั๋ว ตั๋วที่เราได้มานั้นใช้เฉพาะเข้าชมภายในปราสาทเท่านั้น หลังจากเราชมภายในปราสาทเสร็จแล้ว เราเดินเล่นดูสวนรอบปราสาท แวะซื้อของที่ระลึกตามร้านค้า และเดินทางกันต่อไปยังเมือง Oberammergau


รูปที่ 11 : เมืองเล็กๆ ที่มีเสน่ห์ไม่น้อย Oberammergau

รูปที่ 12 : นาฬิกากุ๊กกูของเจอมันนีไม่มีนกบินออกมาเหมือนของสวิส

Oberammergau (อ่านว่า โอเบ้ออัมมาเกา) เป็นเมืองเล็กๆ ทางตอนใต้ของเจอมันนี ที่มีรูปวาดที่สวยงามตามฝาผนังภายนอกอาคารบ้านเรือน พวกเราแวะเดินเล่นใจกลางเมือง ดูรูปตามฝาผนัง ซื้อของที่ระลึกกัน เมืองนี้เป็นเล็กๆ อีกเมืองนึงที่มีเสน่ห์น่าแวะมาเดินดูบรรยากาศของบ้านเรือน ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่เหมือนเมืองอื่นๆ น่าสนใจทีเดียวครับ เสียดายเรามีเวลาน้อยไปหน่อย จึงแวะเดินเมืองนี้แค่ชั่วโมงเดียว


รูปที่ 13 : โบสถ์ใน Ministry Ettal ดูยิ่งใหญ่ ทำให้เราต้องจอดจังงัง

รูปที่ 14 : ภายในโบสถ์กำลังทำพิธีอะไรกันไม่รู้ คนไม่มากแต่ก็ดูเป็นทางการมาก

เราออกจาก Oberammergau เดินทางกันต่อ จุดหมายของเราวันนี้ คือเมือง Berwang ใน Austria ระหว่างทางเราแวะเมือง Ettal เพื่อดูโบสถ์ Ministry Ettal และบรรยากาศรอบๆ ในระยะเวลาสั้นๆ แล้วจึงวิ่งต่อไปยังเมืองสุดท้ายในเจอมันนี คือเมือง Garmisch-Partenkirchen (อ่านว่า การ์มิสช์ ปาร์เทนไคร์เช่น) เราตั้งใจจะไปดูทะเลสาบ Eibsee และยอดเขา Zugspitze (อ่านว่า ซุคสปิตเซ) ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของเจอมันนี ดูเวลานาฬิกา 1 ทุ่มแล้ว เรายังไม่กินข้าวเย็นด้วย จึงต้องข้ามไปครับ ได้แต่พูดปลอบใจกับตัวเองว่า เอาไว้ไปดูยอดเขากับทะเลสาปในสวิสแทนละกัน พวกเราแวะจอดรถในตัวเมือง Garmisch-Partenkirchen เพื่อส่งไปรษณีย์บัตรกลับเมืองไทย แล้วออกเดินทางกันต่อ ทุ่มกว่าแล้ว ฟ้ายังสว่างอยู่ วิวสองข้างทางช่วงนี้ สุดยอดครับ ผมประทับใจบ้านเรือนในบ้านนอกของ Austria มากครับ สวยท่ามกลางธรรมชาติ โชคดีที่เรามาเที่ยวปลายๆ ฤดูหนาว อากาศเย็นพอดีๆ ฟ้ามืดเช้า ทำให้มีเวลาเที่ยวนานขึ้น เราขับรถสบายๆ ประมาณ 45 นาที ก็ถึงเมือง Berwang


รูปที่ 15 : บรรยากาศใน Austria เป็นธรรมชาติมากๆ

รูปที่ 16 : Gästehaus Alpenblick ประทับใจผมที่สุดของทริปนี้

รูปที่ 17 : Guesthouse แห่งนี้อยู่บนเนินเขา ท่ามกลางภูเขาสูงที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ

รูปที่ 18 : เจ้าของ Guesthouse เตรียมผ้าปูที่นอนลายลูกวัวให้พวกเรา

เมือง Berwang (อ่านว่า เบอแวง) เป็นเมืองเล็กๆ ของการเล่นสกี อยู่ใกล้กับยอดเขา Zugspitze ในเจอมันนี้ เมืองนี้อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลยประมาณ 1300 เมตร ท่ามกลางภูเขาหิมะ ผมจอง Guest house ชื่อ Gästehaus Alpenblick ซึ่งเป็นบ้านสไตล์ Austria หลังใหญ่พอสมควร เราจองห้องนอนใหญ่นอนได้ 5 คนมีห้องน้ำตัว อยู่ชั้น 4 ซึ่งเป็นชั้นบนสุดของบ้าน ราคาห้องพักคนละ 21 Euro (รวมอาหารเช้า) ถูกและดีจริงๆ ครับ เรามาถึงที่นี่ประมาณ 2 ทุ่ม ฟ้ายังไม่มืดครับ ฝนตกปรอยๆ ได้ยินเสียงวัว เสียงแกะร้อง ต้อนรับการมาเยือนของพวกเรา พวกเรา check in เข้าห้องพักกับเจ้าของบ้าน ที่รอต้อนรับเราอย่างเป็นกันเอง เค้านึกว่า พวกเรา 5 คนมากันเป็นแบบครอบครัว พ่อแม่ ลูก จึงเตรียมที่นอนลายลูกวัวให้ น่ารักจริงๆ ครับ นอกจากนั้นเจ้าของคิดค่าบริการซักผ้า เพียง 10 Euro รวมผงซักฟอกใส่เสื้อผ้าลงในเครื่องอบแห้ง และบริการส่งเสื้อผ้าให้เราถึงห้องในตอนเช้าวันรุ่งขึ้น

พวกเราจัดการที่พัก ซักผ้าเสร็จเรียบร้อย จึงเดินออกมาหาอะไรกินมื้อเย็นกันครับ 2 ทุ่มครึ่งแล้ว ที่นี่ไม่ค่อยมีร้านอาหารเท่าไหร่เพราะเป็นเมืองเล็กๆ และดึกแล้วด้วยครับ (แต่ยังไม่มืด) เราเดินไปไม่นานก็เจอร้านอาหารของโรงแรมค่อนข้างใหญ่ของเมืองพอดีครับ แต่งร้านในสไตล์ไม้คล้ายๆ กับบ้านเรือนที่นั่น เราสั่งอาหารฝรั่ง ไม่แน่ใจว่าอาหารเยอรมันหรือออสเตรีย มากินกัน 4-5 อย่างพร้อมกับเบียร์ ราคาทั้งหมด 65 Euro กินเสร็จมีว๊อดก้าให้คนละเป็ก ช่วยให้เจริญอาหารด้วยครับ เรากินกันนาน กว่าจะเสร็จออกจากร้านมาก็มืด บนถนนไม่มีรถวิ่งเลยครับ ฝกตกปรอยๆ น้ำในรางระบายน้ำไหลเร็วมาก เนื่องจากพื้นที่บริเวณนี้เป็นเขาสูงชัน พวกเราเดินเล่นพักนึงแล้ว กลับโรงแรมที่พัก อาบน้ำนอนกับตามระเบียบครับ


รูปที่ 19 : บรรยากาศร้านอาหารภายในโรงแรมใกล้ๆ

------------------------------------------------------------------------------------

   ความเห็นที่ 1   [วันที่ 07 September 2013]
วันนี้เที่ยวเยอะจังครับ สุดยอดเลย
สุเมต

   ความเห็นที่ 2   [วันที่ 15 November 2014]
ชอบค่ะ กำลังวางแผนไปแบบนี้พอดี ขอบคุณที่ให้ข้อมูลดีๆมากมาย
หนุ่ย

   ความเห็นที่ 3   [วันที่ 14 May 2017]
ข้อมูลดีมาก รูปสวยมากคะ เล่าได้ดี จัดองค์ประกอบเหมาะเจาะน่าอ่าน ขอบคุณนะคะ เราจะไปสิ้นเดือนนี้ละคะ
Kul

Verify Image

บังคับใส่ข้อมูลทั้ง 3 ช่อง