ตอนที่ 14 ส้อมยักษ์กับปราสาทชียอง (Chillon)

วันที่ 10 เราตื่นเช้าอาบน้ำแต่งตัว เก็บกระเป๋าแล้วลงไปกินอาหารเช้าประมาณ 7 โมงเช้าครับ อาหารเช้าที่นี่จัดเต็มเหมือนกัน Youth hostel ขนาดใหญ่ทั่วไป มีขนมปัง แฮม ซาลามี่ ชีส แยมผลไม้ต่างๆ Nutella Conflex นม Yogurt น้ำผลไม้ ชา กาแฟ และ Hot chocolate เรากินกันเสร็จ check out ออกจากโรงแรม ลากกระเป๋าขึ้นรถแล้วออกเดินทางกันต่อครับ


รูปที่ 1 : ยามเช้าเมือง Gruyéres ร้านยังไม่ค่อยเปิดกันเลย

รูปที่ 2 : ถ่ายจากจุดชมวิวหน้าประตูทางเข้าปราสาท Château de Gruyéres

เราขับรถลงใต้โดยใช้ทางด่วนหมายเลข 12 ประมาณ 50 นาทีจึงวิ่งเข้า Local road ไม่นานก็ถึงเมือง Gruyéres (อ่านว่า กรุยเย่) เมืองนี้มีชื่อทางด้านการทำชีสของสวิส เราตั้งใจแวะมาดูโรงงานผลิตชีสในเมืองนี้กัน แต่พอมาถึงเมืองนี้เราเห็นปราสาทอยู่บนเขา ชื่อว่า Château de Gruyéres เราจึงจอดรถแวะชมปราสาทกันก่อน บนลานจอดรถเราพบกรุ๊ปทัวร์คนไทยมาเที่ยวปราสาทแห่งนี้ด้วย เราจึงเดินไปพร้อมๆ กับกรุ๊ปทัวร์กลุ่มนี้ไปจนถึงหน้าประตูของปราสาท บริเวณนั้นเป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นเทือกเขา พวกเราจึงแวะถ่ายรูปวิวกัน เราได้ยินไกด์ทัวร์บอกกับลูกทัวร์ว่า “เราถ่ายรูปกันบริเวณนี้ ได้ต้องเข้าปราสาทนะ ข้างในไม่มีอะไรน่าสนใจ” อ่าว ผมเพิ่งรู้ว่า ชโงกทัวร์มันเป็นอย่างงี้นี่เอง แค่ไปถ่ายรูปวิวสวยๆ เฉยๆ ไม่ต้องรู้อะไรเกี่ยวกันสถานที่ท่องเที่ยวหรอก ส่วนพวกผมเองก็ไม่ได้เข้าไปเดินดูในปราสาทเหมือนกัน เพราะว่าพวกเราไม่ได้วางโปรแกรมไว้ล่วงหน้าครับ ออกจากเมืองนี้ยังต้องไปอีกหลายทีครับ เสียดายจริงๆ


รูปที่ 3 : โรงงานผลิตชีส Gruyéres ขายตั๋วให้เข้าไปดูขั้นตอนการผลิตทั้งหมด

รูปที่ 4 : ที่นี่ผลิตชีสเยอะมาก ดูแล้วตาลายเลย

เราถ่ายรูปเสร็จแล้วก็เดินกลับที่จอดรถและขับไปยังโรงงานผลิตชีส Gruyéres ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากปราสาท โรงงานนี้เป็นโรงงานผลิตเนยแข็งที่มีชื่อเสียงของสวิส ที่ห้องเก็บชีส มีชีสวางเรียงอยู่เยอะมาก ใน Shop มีชีสหลากหลายชนิดให้เลือกซื้อ ที่นี่เปิดให้เข้าไปดูขั้นตอนการผลิตทั้งหมดด้วย เสียดายเรามาไม่ทันเวลา หากจะดูรอบต่อไปต้องรอเกือบ 2 ชั่วโมง เราจึงแวะดูสินค้าของที่ระลึกที่ขายใน Shop แล้วออกเดินทางไปยังเมือง Vevey กันต่อครับ


รูปที่ 5 : ถึงแล้วเมือง Vevey เรือท่องเที่ยวกำลังแล่นในทะเลสาป Geneva

รูปที่ 6 : บรรยากาศสบายๆ เช้าวันจันทร์ ริมทะเลสาบ

รูปที่ 7 : ส้อมยักษ์ปักอยู่ในทะลสาบด้านหน้าของ Food museum

เราขับรถออกจากเมือง Gruyéres มาตามทางด่วนหมายเลข 12 ประมาณ 30 นาทีก็ถึงเมือง Vevey (อ่านว่า เวอเว่ย์) เราแวะจอดรถที่ลานจอดรถติดกับทะเลสาบ Geneva แล้วเดินไปดูอนุสาวรีย์ส้อมยักษ์ที่ปักอยู่ในทะเลสาบ บริเวณใกล้ๆ มีอนุสาวรีย์ของ Chalie Chaplin ซึ่งสร้างเป็นที่ระลึกให้กับนักแสดงตลกผู้นี้เหมือนกับใน London ด้านหลังของอนุสาวรีย์นี้เป็นพิพิธภัณฑ์อาหารของ Nestle ซึ่งปิดทำการ ไม่แน่ใจว่าทำไมวันนี้ถึงไม่เปิด เราสอบถามคนเมือง Vevey ที่เดินผ่านไปผ่านมาแถวนั้นเค้าก็ไม่รู้เหมือนกันเรา เราจึงไปเดินเล่นในเขต Vevey city center แทน วันนี้ร้านต่างๆ เปิดขายของกันตามปกติ เราจึงเดินดูได้เรื่อยๆ แต่ก็ไม่มีอะไรน่าสนใจเป็นพิเศษ เราจึงกลับไปที่รถ แล้วขับรถไปที่สำนักงานใหญ่ของบริษัท Nestlé กัน

ด้วยความอยากรู้ว่า บริษัทที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารชื่อดังของสวิสเป็นยังไง และผลิตภัณฑ์ทั้งหมดมีอะไรจำหน่ายบ้าง เราจึงขับรถวนหาตึก Office แห่งใหม่ของบริษัท Nestlé ซึ่งอยู่ไม่ไกล เราขับรถวนหาประมาณ 10 นาที คนอื่นเข้าไปดูสินค้าใน shop ของบริษัท ผมแวะไปเข้าห้องน้ำในตึกสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ ที่แต่งในสไตล์ Modern ผมสังเกตุพนักงานที่นี่แต่ละคนใส่สูทมาทำงานกัน ดูสุภาพเรียบร้อยไม่เหมือนในเจอมันนีและอังกฤษเลย เสร็จธุระแล้วผมจึงเดินไปที่ Shop ของ Nestlé ผมเดินดูแล้วแทบไม่เชื่อเลยว่า ผลิตภัณฑ์ภายใต้ Brand Nestlé จะมีมากมายที่สามารถเปิดเป็น Supermarket ขนาดกลางได้เลย พิงซื้อ Chocolate และโกโก้ผงกลับไป ผมเห็น Chocolate KidKat วางขายลดราคา 50% แต่ไม่ได้ซื้อมา เพราะว่าช่วงนั้นมีข่าวไม่ดีเกี่ยวกับสารพลาสติกปลอมปน หลังจากซื้อของเสร็จ เราก็ออกเดินทางกันต่อ โดยขับรถชมเมือง Vevey และขับบนถนนเลียบทะเลสาบไปยังเมือง Montreux (อ่านว่า มอนโทรซ์) เมืองแห่งเทศกาลดนตรี เราแค่ขับรถดูเมืองนี้ผ่านๆ ไม่ค่อยมีอะไรน่าสนใจ จึงตรงไปที่ปราสาทชียอง (Château de Chillon)


รูปที่ 8 : ด้านหน้าของปราสาทเก่าแก่ Château de Chillon ในเมือง Montreux

รูปที่ 9 : วิวทะเลสาปด้านหน้าปราสาท Chillon

รูปที่ 10 : Model ของปราสาทมีให้ชมอยู่ภายใน

รูปที่ 11 : ห้องบรรทมภายในปราสาทเป็น 1ใน 47 ห้องที่สามารถเดินชมได้

รูปที่ 12 : ภายในปราสาท Chillon ยังเป็นจุดชมวิวทะเลสาบ Geneva อีกด้วย

รูปที่ 13 : ถ่ายที่จุดชมวิวอีกด้านหนึ่งในปราสาท

ตามหาท่านหญิงรสาในปราสาทชียอง

Château de Chillon (อ่านว่า ชาโต เตอ ชิยอง) เป็นปราสาทเก่าแก่มีอายุมากกว่า 1000 ปี แต่เดิมสร้างขึ้นเป็นป้อมปราการด่านเก็บค่าผ่านทางในสมัยโรมัน ต่อมาในศตวรรษที่ 12 ได้มีการปรับปรุงให้เป็นปราสาทตามสถาปัตยกรรมฝรั่งเศลยุคกลาง จุดเด่นของปราสาทแห่งนี้ คือ เป็นปราสาทที่ตั้งยื่นลงไปในทะเลสาบ Geneva ตัวปราสาทมีกำแพงหินสูงอยู่ล้อมรอบเพื่อป้องกันการรุกรานของข้าศึก เราตีตั๋วเข้าไปชมภายในปราสาทแห่งนี้กัน ราคาคนละ 12 CHF หากได้เดินดูภายในปราสาทจะรู้ว่า ราคาตั๋วนั้นไม่แพงเลย เพราะสามารถเดินดูภายในได้ทั่วเกือบทั้งปราสาท แบ่งเป็น 47 ห้อง เราเดินไล่ไปตามหมายเลขเรื่อยๆ เริ่มจากชั้นล่างสุดซึ่งเป็นคุก เอาไว้ขังนักโทษในสมัยก่อน ไปจนถึงชั้นบนสุดซึ่งเป็นห้องเก็บอาวุธโบราณสมัยก่อนและเป็นจุดชมวิวที่สูงที่สุดของปราสาท เดินดูทั้งหมดแล้วประทับใจจริงครับ พวกเราใช้เวลาเดินดูประมาณ 2 ชั่วโมงกว่าทีเดียว ก่อนออกจากปราสาทมีร้านขายของที่ระลึกสำหรับนักท่องเที่ยวให้เลือกชมและซื้อติดมือกลับไปด้วยครับ


รูปที่ 14 : มหาวิหารโลซานน์ อยู่สูงเด่นเป็นสัญลักษณ์ของเมืองๆ นี้ Lausanne

รูปที่ 15 : บรรยากาศสบายๆ ของเมืองใหญ่แห่งนี้

รูปที่ 16 : กำแพงอะไรไม่รู้เยอะจัง ระหว่างรอถามทางไปร้านอาหารจีน

รูปที่ 17 : Design ของตึกที่อยู่ริมบริเวณใจกลางเมือง Lausanne

เราขับรถออกจากปราสาทชียอง เลียบทะเลสาบกลับไปยังเมือง Vevey แล้วขับต่อไปยังเมืองที่สำคัญที่สุดสำหรับคนไทยนั่นคือเมือง Lausanne (อ่านว่า โลซานน์) ใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 50 นาที เมือง Lausanne นี้ใหญ่กว่าที่ผมคิดไว้เยอะครับ ถือเป็นเมืองใหญ่เมืองนึงของสวิสทีเดียว พวกเรารู้สึกถึงความสับสนวุ่นวายของการจราจรในเมืองนี้ได้ทันทีที่เข้าเขตเมือง Lausanne และเมื่อถึง City center เราขับรถวนหาที่จอดรถใกล้ๆ โซน Shopping ของเมืองนานพอสมควร พอจอดรถได้จึงลงไปเดินในโซน Shopping ของเมืองกันครับ เราซื้อของฝากที่ระลึกเล็กๆ น้อยๆ ก็ได้เวลาอาหารเย็น วันนี้เรากินขนมขบเคี้ยวที่มีติดรถแทนมื้อกลางวัน ก็เลยหิวเร็ว ผมเสนอพวกเรากินอาหารจีนกันเพราะเริ่มเบื่ออาหารฝรั่งแล้ว จึงสอบถามร้านอาหารจีนกับคนขายของที่ระลึก พอเราเดินไปถึงร้านอาหารจีนร้านนั้นปรากฏร้านปิดซะแล้ว ดูเวลายังไม่ 1 ทุ่มทำไมร้านถึงปิดไวจัง เราจึงเดินหาร้านอาหารจีนร้านอื่นที่อยู่บริเวณนั้น พวกเราหากันอยู่นาน ไม่ได้การแล้วต้องหาตัวช่วยดีกว่า เราเห็นผู้หญิงหน้าตาเอเชียเดินผ่านมา ดูลักษณะแล้วไม่เหมือนนักท่องเที่ยวจึงเข้าไปถามหาร้านอาหารจีนกับเธอ เธอนึงอยู่แปล๊บนึงแล้วจึงบอกทางให้กันเรา เราเดินตามทางที่เธอบอกก็เจอร้านอาหารจีนสมใจ


รูปที่ 18 : มื้อนี้ฝากท้องไว้กับร้านอาหารจีน Ma-Jong

รูปที่ 19 : หลังจากเจอฟองดูว์ไปเริ่มคิดถึงอาหารไทยแล้วหล่ะ

Ma-Jong เป็นร้านอาหารจานเดียวเหมือนกันร้านตามสั่งบ้านเรา ดูท่าทางเจ้าของร้านจะเป็นเชฟลงมือผัดเอง พวกต่างคนต่างสั่งอาหาร รอไม่นานอาหารก็เสร็จเรียบร้อย เจ้าของถามว่า พวกเรามาจากที่ไหนกัน เราจึงตอบกลับไปว่า มาจากเมืองไทย เจ้าของร้านจึงบอกว่า ที่ร้านนี้ก็มีพนักงานคนไทยมาทำงานนะ เนี้ยเดี๋ยวก็มาแล้ว แปล๊บนึงก็มีน้องผู้หญิงคนไทยเข้า เราสอบถามน้องเค้า ได้ความว่า น้องเค้ามาเรียนฝรั่งเศลที่นี่แล้วก็ทำงานตอนเย็น เจ้าของร้านไว้ใจน้องเค้าให้เป็นคนเก็บเงิน ว่าแล้วเราก็ไปโซ้ยข้าวกัน เราไม่ลืมขอพริกเผาเอามากินแทนพริกน้ำปลา เรากินกันอิ่มเลย มื้อนี้ไม่แพงด้วยครับ จ่ายไปทั้งหมด 85 CHF กินเสร็จประมาณทุ่มกว่าๆ เราเดินกลับไปที่รถ เพื่อขับรถไปยังที่พัก ประมาณ 15 นาทีก็ถึง Youth Hostel ของเมือง Lausanne ผมจองห้อง 5 เตียงห้องน้ำรวมเอาไว้ ราคาคนละ 40 CHF (รวมอาหารเช้า) Hostel ที่นี่ใหญ่พอสมควร พื้นและฝนังตึกเป็นปูนเปลือย มี Bar ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วย วันนี้มีนักศึกษามาพักกันเยอะเลยครับ เราจอดรถด้านหน้าแล้วเข้าไป check in ขนกระเป๋าขึ้นห้องพักเหมือนเดิม ห้องพักที่นี่กว้างพอสมควร พวกเราทยอยกันอาบน้ำนอนกันครับ


------------------------------------------------------------------------------------

   ความเห็นที่ 1   [วันที่ 18 June 2019]
สวัสดีครับผม รบกวนสอบถามข้อมูลได้ไหมครับว่าที่ Vebey กับ Montreux แลั Lausanne 3 เมืองนี้ แวะแค่จุดหลัก ๆ ไม่ค้งครับมีจุดจอดรถที่ไหนได้บ้าง (เพิ่งเคยเข่ารถขับ) ขอบคุณมากครับผม
jeepy151

   ความเห็นที่ 2   [วันที่ 19 June 2019]
ลองขับรถตระเวนดูก่อนว่า อยากเดินเที่ยวจุดไหนของเมืองก็หาที่จอดรถใกล้ๆ จุดที่ต้องการเดินเที่ยวครับ ถ้าไม่ใช่ย่าน city center พอจะหาที่จอดรถฟรีได้ครับ หรือในสถานที่เที่ยว เช่น ปราสาทมองเทอ หรือใน super ของบริษัท Nestle จะมีที่จอดรถฟรีให้ แต่ในใจกลางเมือง Lausanne ซึ่งเป็นเมืองใหญ่สุดในแถบนี้ อาจต้องเสียค่าจอดรถ
ศราวุธ

Verify Image

บังคับใส่ข้อมูลทั้ง 3 ช่อง