ตอนที่ 15 ขึ้นรถไฟไป Zermatt นั่ง Gornergrat ชม Matterhorn

วันที่ 11 เราตื่นเช้ากันปกติ บรรยากาศข้างนอกเงียบสงบ เราทยอยกันไปอาบน้ำและเก็บกระเป๋าเหมือนวันก่อน แล้วลงไปกินอาหารเช้าประมาณ 7 โมง อาหารเช้าที่นี่เหมือนกับที่อื่นทั่วไป มีขนมปัง แฮม ซาลามี่ ชีส แยมผลไม้ต่างๆ น้ำผึ้ง Nutella Conflex นม Yogurt น้ำส้ม ชา กาแฟ และ Hot chocolate เราเริ่มจะเบื่อๆ อาหารเช้าเหมือนเดิมซ้ำๆ กันทุกวันแล้ว แต่ทำไงได้ก็ต้องกินเข้าไปครับ เริ่มคิดถึงต้มเลือดหมูแล้วหล่ะ กินเสร็จแล้ว Check out ออกจากโรงแรม ลากกระเป๋าขึ้นรถแล้วออกเดินทางกันต่อ


รูปที 1 : มหาวิหารโลซานน์ ใหญ่และสูงมากจนต้องเงยคอถ่าย

รูปที 2 : วิวเมือง Lausanneและทะเลสาบ Geneva เมื่อมองจาก มหาวิหารโลซานน์

เราขับรถออกจากโรงแรมประมาณ 20 นาทีก็ถึงมหาวิหารโลซานน์ (Cathédrale Nortre-Dame de Lausanne) เราหยอดเหรียญจอดรถไป 2 CHF จอดได้ 1 ชั่วโมง เพื่อเดินดูมหาวิหารของเมืองนี้กัน โบสถ์แห่งนี้เป็นโบสถ์ที่ใหญ่ที่สุดในสวิส ผมเดินดูทั้งด้านนอกและด้านใน โบสถ์ที่นี่ไม่เพียงใหญ่อย่างเดียวแต่ยังดูเก่าแก่อีกด้วยครับ ตัวโบสถ์สูงจริงๆ และยิ่งโบสถ์แห่งนี้ตั้งอยู่บนเขาด้วย ทำให้เห็นโบสถ์สูงเด่นแต่ไกลเลยครับ บริเวณด้านข้างโบสถ์มีที่นั่งให้ชมวิวเมือง Lausanne และทะเลสาบ Geneva ด้วย

หลังจากดูมหาวิหารโลซานน์ เราจำเป็นต้องจากลาเมืองนี้ เพื่อขับรถยาวๆ ไปยังเมืองทัช Täsch เพื่อนั่งรถไฟต่อไปยังเมืองแซร์มัตต์ Zermatt เมืองที่ไม่อนุญาติให้รถที่ใช้น้ำมันวิ่งครับ เราออกจากตัวเมือง Lausanne แล้วขึ้นทางด่วนหมายเลข 9 แล้ววิ่งไปทางตะวันออกจนสุดที่เมือง Siders ทางด่วนเส้นนี้กว้างวิ่งสบาย รถวิ่งไม่ค่อยมาก รถสามารถเหยียบทำความเร็วได้ครับ หลังจากนั้นถนนจะเล็กลงนิดนึง ไปถึงเมือง Visp จึงเลี้ยวขวาลงไปทางใต้วิ่งตามถนน Local road ไปจนสุดที่เมือง Täsch บรรยากาศสองข้างทางของถนน Local road สู่เมือง Täsch นั้นสวยงามจริงๆ วิ่งลัดเลาะไปตามไหล่เขา โดยมีภูเขาน้ำแข็งลอยเด่นของทางด้านหน้า ช่วงนี้อ๊อดขับรถวิ่งมาเพลินๆ ดูวิวสองข้างทางไม่ต้องรีบเร่ง รวมเวลาทั้งหมดประมาณ 2 ชั่วโมง เราก็ถึงเมือง Täsch


รูปที 3 : ถึงแล้ว สถานีรถไฟเมือง Täsch ได้เวลาขึ้นรถไฟไป Zermatt กัน

ขึ้นรถไฟไป Zermatt

เราจอดรถที่สถานนีรถไฟ เพื่อถ่ายของใช้ที่จำเป็นใส่กระเป๋าใบเล็ก วันนี้เราต้องจอดรถไว้ในเมืองนี้แล้วนั่งรถไฟไปค้างในเมือง Zermatt กัน 1 คืน หลังจากจัดกระเป๋ากันเสร็จแล้วคนอื่นๆ จึงเดินไปที่สถานนีเพื่อสอบถามราคาตั๋วรถไฟ ผมรับหน้าที่ขับรถหาที่จอดรถที่สามารถจอดค้างคืนได้ครับ บริเวณใกล้ๆ สถานนีรถไฟมีที่จอดรถให้เช่าหลายแห่ง บางแห่งก็เป็นลานจอดรถกลางแจ้ง บางที่ก็มีอาคารจอดรถ แต่ราคาเท่ากันหมด คือ 10 CHF ต่อวัน ไป ผมขับรถวนหาที่จอดบริเวณนั้น 1 รอบแล้วกลับมาจอดที่อาคารจอดรถของโรงแรม ที่อยู่ติดกับสถานีรถไฟ เสร็จแล้วจึงเดินไปเจอคนอื่นๆ ที่ Counter จำหน่ายตั๋วทันเวลาพอดี เราจึงซื้อตั๋วรถไฟไปกลับ Täsch – Zermatt 5 ใบทั้งหมด 80 CHF (16 CHF ต่อคน) แล้วขึ้นรถไฟ ซึ่งกำลังจะออกจากสถานีภายใน 5 นาที


รูปที 4 : ซื้อตั๋วเรียบร้อย เตรียมขึ้นรถไฟไป Zermatt เมืองสำหรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้าเท่านั้น

รถไฟวิ่งประมาณ 15 นาทีก็ถึง Zermatt เราเห็นป้าย “ยินดีต้อนรับ” ติดอยู่ที่สถานี พอพวกเราเดินออกมาจากสถานีแล้ว ผมรู้สึกงงๆ เหมือนกับความรู้สึกตอนเดินออกจากหัวลำโพง เพราะมีคนยืนรออยู่หน้าสถานีเยอะพอสมควร ทั้งนักท่องเที่ยว แล้วคนขับรถ Taxi (ไฟฟ้า) เราไม่รู้ว่าจะไปทางไหนกันดี รู้แต่ว่าเราต้องลากกระเป๋าไปเก็บที่ Youth Hostel กันก่อน โชคดีที่หนังสือท่องเที่ยวของทาเกะมีแผนที่ของ Zermatt เราจึงเดินตามแผนที่ของทาเกะไป You Hostel อันที่จริงแล้วเมืองที่นี่ไม่ใหญ่มาก มาถึงแล้วสามารถเดินได้ทั่วหมดครับ ผมว่าไม่จำเป็นต้องขึ้น Taxi ไฟฟ้าหรอกครับ เพียงแต่ว่าให้เอาสัมภาระใส่ถ่ายใส่กระเป๋าใบเล็กมา จะได้ไม่เหนื่อยครับ ผมเห็นนักท่องเที่ยวบางคนมาเมืองนี้ พร้อมกับกระเป๋าเดินทางขึ้นเครื่องบินใบใหญ่ อย่างนี้ต้องพึ่ง Taxi ถ้าโรงแรมที่พักอยู่ไกลจากสถานีรถไฟครับ


รูปที 5 : ถึงแล้ว Zermatt บริเวณด้านหน้าสถานนีรถไฟ ผู้คนเยอะแยะดูคึกคัก

รูปที 6 : บรรยากาศบนถนนสายหลักใน Zermatt

ตีตั๋วรถไฟ Gornergrat ขึ้นสู่ยอดเขา Matterhorn

พวกเราเดินไปตามทางดูบ้านเรือนที่นี่ไปด้วย ประมาณ 20 นาทีก็ถึง Youth Hostel ครับ เหนื่อยกันนิดหน่อยเพราะต้องเดินขึ้นเขามายัง Youth Hostel เรามาถึงที่นี่ประมาณ บ่ายโมงกว่าๆ ที่เคาว์เตอร์ Reception มีป้ายติดว่า ขณะไม่มีพนักงานอยู่ พนักงานจะกลับมาทำงานเวลา 16.00-21.00 น. เราจึงฝากกระเป๋าทั้งหมดไว้ใต้บันได เอาเฉพาะของใช้ที่จำเป็นสำหรับการขึ้นรถไฟ Gornergrat เพื่อชมยอดเขา Matterhorn (อ่านว่า มัทเทอร์ฮอร์น) เราออกจากโรงแรมเดินกลับทางเดิมไปยังสถานีรถไฟ Gornergrat ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กันสถานีรถไฟ Zermatt แล้วตีตั๋วลงที่สถานีสุดท้ายคือ Gornergrat station ราคาตั๋วช่วงบ่ายถูกกว่าช่วงเช้า เราจ่ายค่าตั๋วไปกลับ คนละ 66 CHF ทันเวลารถไฟออกภายใน 3 นาที


รูปที 7 : เสน่ห์ของเมืองนี้ทำให้มีนักท่องเที่ยวแบกเป้หรือลากกระเป๋าเดินทางแวะมาเยือนไม่น้อย

รูปที 8 : ไม่ต้องรีบขึ้นรถไฟ เพราะราคาตั๋วช่วงบ่ายถูกกว่าช่วงเช้า

รูปที 9 : กำลังขึ้นไปที่สถานี Gornergrat เพื่อชมยอดเขา Matterhorn

รูปที 10 : วิวเมือง Zermatt อยู่ท่ามกลางภูเขาสูง

รูปที 11 : สถานีระหว่างทาง มีนักท่องเที่ยวบางคนลงไปเดินเล่นกลางภูเขาหิมะด้วย

เส้นทางรถไฟ Zermatt – Gornergrat เป็นเส้นทางขึ้นภูเขาสูง ใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 40 นาที โดยรถไฟแวะจอดสถานีกลางทาง 4-5 สถานี สำหรับให้นักท่องเที่ยวลงเล่นสกีกัน หลังจากรถไฟออกจาก Zermatt ระหว่างทางผมเห็นเมือง Furi มีกระเช้าขึ้นเขาอีกลูกหนึ่ง เสียดายว่าพวกเรามาพักที่นีแค่วันเดียว เอาไว้ถ้าได้มา Zermatt อีกต้องเดินไปเหยียบเมือง Furi แน่นอน กลับมาที่เส้นทางรถไฟกันต่อ หลังจากรถไฟจอด 2-3 สถานี วิวสองข้างทางก็เต็มไปด้วยหิมะ ขาวโพลนไปหมดครับ เราโชคดีที่วันนี้ท้องฟ้ามีเมฆไม่มาก ถือว่าฟ้าใสพอสมควรครับ รถไฟวิ่งไม่นานก็ถึงสถานีสุดท้าย Gornergrat บรรยากาศข้างบนนี้มีชีวิตชีวาจริงๆ ครับ ทุกคนยิ้มแย้มแจ่มใส ดีใจที่ได้พิชิตยอดเขาสูง 3089 เมตร พร้อมกับถ่ายรูปกับป้ายเป็นที่ระลึกกัน ช่วงเวลานั้นมีก้อนเมฆหนาบดบังยอดเขา Matterhorn อยู่ เราจึงไม่ได้เห็นยอดเขาชื่อดังนี้มากนัก แต่บริเวณนั้นก็มียอดเขาอื่นที่สูงกว่า Matterhorn อยู่หลายยอด เพียงแต่รูปร่างของยอดเขาไม่สวยเหมือนกับยอดเขา Matterhorn พวกเราเดินขึ้นไปที่จุดสูงสุดของ Gornergrat สนุกกับการชมวิว 360 องศาและถ่ายรูปเล่นกับหิมะอยู่เป็นชั่วโมงครับ โชคดีที่ใส่เสื้อผ้ามาเต็มสตีมครับ เลยไม่ค่อยรู้สึกหนาวเท่าไหร่ ยกเว้นหัว พอดีผมลืมหมวกไหมพรมใว้ในรถ ตอนขับรถไปจอดฝากไว้ที่โรงแรมลืมหยิบมาด้วย เลยต้องเอาผ้าพันคอสีขาวชมพูของพิงพันหัวกับหูไว้เหมือนคุณหญิงแต้วเลย


รูปที 12 : ขบวนรถไฟพาเราขึ้นมาสุดสายที่สถานี Gornergrat

รูปที 13 : มุมทางด้านบนของสถานี Gornergrat

รูปที 14 : สูงขึ้นไปอีกหน่อยเป็นตึกที่มี shop ร้านอาหารและห้องน้ำให้กับนักท่องเที่ยว

รูปที 15 : บริเวณสูงสุดเป็นจุดชมวิว ใครไม่รู้เธอมาคนเดียว

รูปที 16 : วิวทางด้านบน มองไปทางไหนก็มีแต่หิมะ

ทางใต้ของเมือง Zermatt ยังมีเมืองเล็กๆ (เล็กกว่า Zermatt มาก) อีกเมืองหนึ่ง ชื่อว่าเมือง Furi ดูเหมือนเป็นดินแดนที่ปลีกตัวออกจากโลกภายนอก เมืองนี้ต้องเดินทางจาก Zermatt ลงไปทางใต้ ที่นั่งมีบริการกระเช้าขึ้นไปบนยอดเขาอีกด้วย


รูปที 17 : วิวยอดเขาสูงอีกมุมนึง ส่วนตึกนี้ไม่แน่ใจว่าเป็นตึกอะไร

รูปที 18 : นั่งรถไฟกลับไปยัง Zermatt

รูปที 19 : ขากลับไม่ค่อยมีคนเท่าไหร่ สงสัยว่ามีคนเดินลงแน่ๆ เลย

เราใช้เวลาอยู่บนสถานี Gornergrat ประมาณชั่วโมงกว่าๆ ได้จึงจับรถไฟกลับมายัง Zermatt ระหว่างทางมีนักท่องเที่ยวลงที่สถานีกลางทางเพื่อเดินเล่นด้วย แต่เราขอกลับไปเดินใน Zermatt ดีกว่าครับ พวกเราออกจากสถานีแล้วเดินดูของที่ระลึกบนถนนสายหลักของเมือง ระหว่างทางกลับไปยัง Youth Hostel เราแวะดูน้ำในแม่น้ำสายเล็กๆ ไหลเร็วมากเพราะเป็นพื้นที่ชัน แล้วจึงเดินกลับโรงแรมไป check-in กับพนักงาน Reception เค้าขอดูบัตรสมาชิกสมาชิก Hostelling International แต่พอเค้ารู้ว่าเราเป็นคนไทย เค้าบอกว่าไม่เป็นไรไม่ต้องโชว์ให้ดูแล้ว เพราะว่าคนไทยส่วนใหญ่ที่มาพักที่นี่ 100% เป็นสมาชิกกันหมด ไม่เหมือนกับคนจีนที่เป็นสมาชิกไม่ถึง 10% โชคดีที่เค้าไม่ขอดูเพราะ ผมลืมบัตรสมาชิกของทุกคนไว้ที่รถอยู่ในเมือง Täsch อ่ะ เลยรอดตัวไปครับ ที่นี่เราจองห้องพักขนาด 5 เตียง ห้องน้ำรวม ราคาคนละ 54 Euro (รวมอาหารเย็นของวัน Check-in และอาหารเช้าวันรุ่งขึ้น)


รูปที 20 : Zermatt และ Matterhorn เป็นเหตุผลที่พวกเรามาที่นี่

รูปที 21 : หน้าต่างห้องนอนของพวกเรา มียอดต้นสนบังยอดเขา Matterhorn พอดิบพอดี

รูปที 22 : พักใน Youth Hostel Zermatt ก็สามารถเห็นยอดเขา Matterhorn ได้

อาหารเย็นคนสวิส ข้าวเปล่ากับพาย #%*@!+&

หลังจาก Check-in เสร็จ เราขนกระเป๋าขึ้นห้องพักอยู่ชั้น 3 อ่อ ผมจองห้องพักที่สามารถเห็นวิวยอดเขา Matterhorn จากหน้าต่างห้องนอนได้เลยครับ แต่โชคไม่ดีที่วิวที่หน้าต่างห้องนั้นมียอดต้นสนบังยอดเขาพอดีแป๊ะเลยครับ อย่างนี้เรียกว่า “Error, communication failed” หลังจากนั้นเราลงมากินอาหารเย็นของทางโรงแรมที่ห้องอาหารชั้น 2 ครับ อาหารเย็นของพวกเราวันนี้คือ สลัด ซุป ข้าวเปล่ากับพายเนื้อ คัสตาด พวกเรางงๆ ว่าคนที่นี่กินข้าวกับพายได้ยังไง ผมลองกินดูอยู่หลายคำ ยังไงมันก็เข้ากันไม่ได้ แถมพายเนี้ยแป้งอย่างหนา ใส้น้อย ก็เลยไปขอพายเพิ่มเอามากินเปล่าๆ ป้าแม่ครัวขมวดคิ้วแล้วบอกว่าให้ได้อีกแค่ชิ้นเดียวนะ เซ็งเลยว่าจะเอาข้าวไปแลกพายซะหน่อย อดเลย เป็นอันว่าอาหารมื้อเย็นที่นี่จึงเป็นอาหารที่แย่ที่สุดในทริปนี้เลยครับ กินข้าวเสร็จเลยชวนทาเกะกับอ๊อดออกไปเดินหาร้านดื่มเบียร์กัน ส่วนสาวๆ นอนเฝ้าของอยู่ในห้องพัก

เราออกจากโรงแรมเกือบๆ 3 ทุ่ม เดินมาที่ถนนสายหลักของเมือง มองหาร้านเบียร์ที่ดู Local ตามสไตล์เมือง Zermatt เดินหาอยู่พักนึงก็เจอร้านที่ใช่เลย มีคนกินในร้านเยอะพอสมควรด้วย เบียร์ร้านนี้เป็นเบียร์หมักใน Zermatt รสดีทีเดียว เราดื่มกันคนละแก้วสองแก้ว รู้สึกอิ่มพอดี ชดเชยที่กินข้าวกับพายไม่หมด ดื่มเสร็จแล้วก็เดินกลับโรงแรมครับ บรรยากาศตามทางเดินไม่ค่อยมีคนแต่ก็ไม่เปลี่ยวครับ เดินสบายๆ ได้อย่างปลอดภัย กลับถึงห้อง อาบน้ำแล้วหลับสนิทเลยครับ


------------------------------------------------------------------------------------

Verify Image

บังคับใส่ข้อมูลทั้ง 3 ช่อง