ตอนที่ 16 เส้นทางแคบๆ ข้างหุบเหวจาก Zermatt ไป Locarno

วันที 12 เราตื่นกันเช้าปกติ วันนี้ฟ้าใสพอสมควร มองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นยอดเขา Matterhorn ค่อนข้างชัดแต่ถูกยอดต้นสนบดบังยอดเขาได้อย่างพอดิบพอดี ผมจึงคว้ากล้องเดินไปข้างตึกถ่ายรูปยอดเขา Matterhorn เป็นอย่างที่เห็นในรูปครับ เฮ้อ ค่อยสบายใจหน่อย ตื่นมาแล้วได้เห็นยอดเขานี้ อากาศตอนเช้าข้างนอกหนาวพอดูครับ ว่าแล้วไปนั่งสมาธิแล้วอาบน้ำในห้องน้ำรวมดีกว่า Heater ในห้องน้ำที่นี่ร้อนได้ใจมากครับ เข้าไปแล้วความรู้สึกเหมือนตอนลงจากรถแอร์เวลากลางวันบ้านเราเลย หลังจากพวกเราอาบน้ำเสร็จก็ทยอยกันเก็บของ แล้วลงไปกินอาหารเช้าข้างล่างกัน อาหารเช้าที่นี่ก็เหมือนปกติทั่วไปครับ มีขนมปัง แฮม ชีส แยมผลไม้ต่างๆ Nutella Conflex นม Yogurt น้ำส้ม ชา กาแฟ ที่ห้องอาหารเราเจอครอบครัวคนไทย มากัน 3 คนพ่อแม่ลูก กินกันใกล้จะเสร็จแล้ว แต่เราก็ไม่ได้เข้าไปทักทายอะไรกัน เพราะนั่งอยู่ไกลกันครับ เที่ยวในเมืองหลักๆ ของสวิสมักจะเจอคนไทยจนชิน ก็เลยรู้สึกเฉยๆ เรากินกันเสร็จก็ลากกระเป๋าลงมา Check out ออกจากโรงแรม เดินทางกันต่อครับ


รูปที่ 1 : เส้นทางรถไฟขากลับจาก Zermatt ไปเมือง Täsch

รูปที่ 2 : บนรถไฟไม่ค่อยมีคนเดินทางกลับกันเท่าไหร่ อาจเป็นเพราะยังเช้าอยู่

รูปที่ 3 : บริเวณสถานีรถไฟเมือง Täsch เรียบง่ายแต่สะอาด ไม่มีกลิ่นเยี่ยวคนเหมือนบ้านเรา

รูปที่ 4 : Design ของนาฬิกาที่สถานีรถไฟ

เราเดินออกจากโรงแรมประมาณ 8 โมงครึ่ง ตามถนนไม่ค่อยมีคนเท่าไหร่ครับยังเช้าอยู่ ระหว่างทางพวกเราเจอพวกรถบรรทุกหนัก รถเก็บขยะ รถเหล่านี้เป็นรถที่ใช้น้ำมัน ที่ได้รับการยกเว้นสามารถวิ่งในเมืองนี้ได้ครับ ซึ่งมีเพียงไม่กี่คัน ถึงแม้เมืองนี้จะเป็นเมืองเล็กๆ แต่ดูจำนวนหลังคาเรือน ผมว่ามีมากทีเดียวครับ บ้านเรือนที่นี่แต่ละหลังมีประมาณ 3-5 ชั้น ถ้าคนอยู่ที่นี่กันเต็ม คงจะแออัดกันพอสมควรครับ แต่เดินผ่านๆ บ้านบางหลังไม่มีคนอยู่ เหมือนจะเป็นบ้านพักตากอากาศกัน พวกเราเดินผ่านถนนสายหลักของเมือง แวะดูของตามร้านค้าต่างๆ ซื้อเป็นที่ระลึกติดไม้ติดมือกลับไป แล้วเดินไปขึ้นรถไฟที่สถานี ผู้โดยสารไม่เยอะเพราะยังเช้าอยู่ครับ เราเลือกที่นั่งตามใจชอบได้เลย ขากลับผมรู้สึกว่ารถวิ่งเร็วกว่าขามาครับ วิ่งมาแปล็บเดียวก็ถึงเมือง Täsch แล้ว เราลากกระเป๋าไปเอารถที่จอดไว้ในที่จอดรถของโรงแรมที่อยู่ติดกับสถานี การบริหารเรื่องที่จอดรถที่นี่หรือที่อื่นๆ เค้าไม่ใช้คนเลยครับ เราไปจ่ายเงินที่ตู้แล้วสอดบัตรจอดรถเข้าไป แล้วจึงเดินไปที่รถขับไปที่ทางออกของอาคารจอดรถ เสียบบัตรจอดรถเข้าไป ไม้กั้นก็ยกขึ้น ขับรถออกได้ สะดวกดีครับ

เราขับรถในเส้นทางเดิมกลับไปยังเมือง Visp วิวสองข้างทางยังสวยเหมือนเมื่อวานที่เรามาถึง พอถึงเมือง Visp เราก็เลี้ยวขวาเข้าถนน E62 วิ่งเข้าประเทศอิตาลี ไปยังเมือง Domodossola (อ่านว่า โดโมดอสโซล่า) เส้นทางนี้เป็นถนนตัดผ่านป่าและเทือกเขาสูง ถนนกว้างพอสมควร วิ่งสบาย เราเจอหิมะตกระหว่างทางเล็กน้อย เราวิ่งไปถึงเมือง Domodossola แล้วขับเข้าถนน SS337 เพื่อเข้าสวิสอีกทีที่เมือง Locarno (อ่านว่า ลูกาโน) ทางเส้นนี้แคบมาก แต่โชคดีไม่ค่อยมีรถวิ่งสวนมา เราเลยวิ่งกันกลางถนน สองข้างทางเป็นภูเขากับป่าสน เราขับกันไปเรื่อยๆ ประมาณ 3 ชั่วโมง ก็ถึงเมือง Locarno คนเยอะพอสมควรครับ เราจอดรถแล้วแวะเข้าห้องน้ำใน McDonald’s แล้วเดินหาร้านขายสปาเก็ตตี้ไม่เจอ จึงซื้อ Kebab กับ Pizza กินมื้อกลางวันแทน กินเสร็จแล้วเราขับรถวนในเมืองดูรอบนึงไม่ค่อยมีอะไร จึงขับรถต่อไปยังเมือง Lugano

Lugano (อ่านว่า ลูการ์โน) เป็นเมืองใหญ่เมืองนึงทางใต้ของสวิส เขตชานเมืองรถติดพอสมควร เราค่อยๆ วิ่งมาที่ใจกลางเมืองเพื่อซื้อของฝากในเขต Shopping ของเมือง วนหาที่จอดรถในเมืองอยู่ 2 รอบยังหาไม่ได้ สุดท้ายไปเห็นที่จอดรถอยู่ชั้นใต้ดินติดกับทะเลสาบ ใกล้โซน Shopping จึงมุดลงไปจอดกันครับ ค่าจอดรถที่นี่ก็ไม่แพงครับ เราจอดกัน 3 ชั่วโมงค่าจอดรถ 5 CHF ระบบจ่ายเงินเหมือนที่อื่นๆ คือหยอดเงินใส่ตู้เก็บเงิน (ไม่มีคนบริการ) พวกเรามัวแต่เดิน Shopping ซื้อของฝากกันในเมืองนี้ จนลืมถ่ายรูปเมือง Lugano เลย ผมเข้าไปดูนาฬิกา Tag Heuer พบว่านาฬิกาในเมืองนี้ราคาแพงกว่าใน Interlaken ประมาณ 30-40% เสียดายครับที่ไม่ได้ซื้อที่ Interlaken หลอดเข้าไปซื้อนาฬิกากุ๊กกู ทุกๆ ชั่วโมงจะนกบินออกมาร้อง เราต่อรองราคากับคนขายสูงอายุ ที่ใจดีลดราคาให้เรา อีกอย่างนึงคือ เมืองนี้เป็นเมืองสุดท้ายในสวิส เราจำเป็นต้องหาวิธีกำจัดเงินฟรังค์สวิสให้หมด โดยซื้อ Chocolate กำจัดเศษเหรียญฟรังค์สวิสจนหมด แล้วจึงขับรถออกเดินทางกันต่อ โดยเราแวะเติมน้ำมันให้เต็มถังก่อนออกจาก Lugano เพราะน้ำมันใน Italy แพงกว่าใน Swiss ครับ แล้วเราจึงมุ่งหน้าไปยังที่พักในเมือง Cernobbio (อ่านว่า เชอรอบบริโอ้) ซึ่งอยู่ใกล้กับทะเลสาบ Como ในประเทศอิตาลี


รูปที่ 5 : สวนเล็กๆ ด้านหลังโรงแรมที่เราจองไว้ ในเมือง Cernobbio ใน Italy

ช่วงเขตชายแดนอิตาลี สวิส ผมตกใจปนงงๆ เล็กน้อยที่เห็นทหารถือปืน M16 ยืนที่ด่านเข้าประเทศอิตาลี เพราะช่วงรอยต่อเจอมันนีออสเตรีย หรือสวิส ออสเตรียก็ไม่เห็นมีทหารถือปืนยืนเฝ้าที่ด่านเลยครับ แต่ก็ไม่เห็นมีอะไรครับ ไม่มีใครเรียกให้เราหยุดเพื่อสอบถามอะไรเรา เราขับรถประมาณ 30 นาทีก็ถึงเมือง Cernobbio เราขับรถวนอยู่ 2 รอบจึงเจอโรงแรมที่พักครับ ผมจองโรงแรมชื่อ Albergo Ristorante San Giuseppe ผมจองห้องพักขนาด 4 เตียง ห้องน้ำในตัวเอาไว้ ในราคาห้องละ 105 Euro ตอนจองกะไว้ว่าจะให้เสริมเตียงเพิ่มทีหลัง โดยจ่ายเพิ่มอีก 30 Euro ตอนเรามาถึงโรงแรมเจ้าของโรงแรมซึ่งพูดภาษาอังกฤษได้ไม่อยู่ เค้าให้ภรรยาของเค้าเฝ้าโรงแรมแทน เธอหน้าดุๆ ตามสไตล์คนอิตาลี แถมยังแต่งหน้าทาตาเหมือนกับ Alice Cooper นักร้องเพลงร็อคยุคเก่า ทำเอาเรางงเลยครับ คุยกันไม่ค่อยรู้เรื่องด้วย เราจึงนั่งรอเจ้าของโรงแรมประมาณ 10 นาที เจ้าของโรงแรมบอกว่า ไม่มีห้องนอนที่สามารถเสริมเตียงให้ครบ 5 เตียงได้เนื่องจากห้องใหญ่ไม่พอ แล้วเสนอห้องพักขนาด 3 เตียง และ 2 เตียงอย่างละ 1 ห้องให้กับเรา โดยคิดราคา 170 Euro เราจำเป็นต้องตอบรับข้อเสนอ จัดการขนกระเป๋าเข้าห้องพัก เพื่อจะไปเที่ยวในเมือง Como กันต่อ


รูปที่ 6 : โบสถ์เก่าแก่ของเมือง Como ตั้งอยู่ใจกลางของเมือง ริมทะเลสาปชื่อเดียวกัน

เราขับรถจากโรงแรมประมาณ 15 นาทีก็ถึงเมือง Como เราวนหาที่จอดรถใกล้ๆ กับ City center แล้วเข้าไปเดินดูเมืองนี้กัน ผมรู้สึกเปลี่ยวที่เดินในเมืองนี้ ทางเดินของเมืองเป็นถนนซอกเล็ก ซอกน้อย ดูนาฬิกาประมาณ 6 โมงเย็นแต่ร้านค้าส่วนใหญ่ของที่นี่ปิดกันแล้วครับ มีคนเดินบนถนนไม่ค่อยเยอะ ใจกลางเมืองๆ นี้จึงดูเงียบเหงากว่าเมืองอื่นๆ ที่เราเที่ยวกันมา เราจึงเดินหาร้านอาหารกินสปาเก็ตตี้กับพิซซ่ากัน พวกเราเดินไปร้านใกล้ๆ McDonald’s เจอร้านอาหารอิตาลีร้านนึงดูน่าสนใจ พวกเราลองเปิดเมนูหน้าร้านดูแล้ว OK จึงเดินไปนั่งในร้าน แล้วถามหา Pizza ของทางร้าน พนักงานบอกว่าหมด อ่าว ก็เลยออกมาจากร้านมาหาร้านอื่นกินดีกว่า เราเดินไปแถวสถานีรถไฟซึ่งน่าจะหาอะไรกินได้ง่าย เห็นร้านอาหารร้านใหญ่อยู่ริมทะเลสาบ พวกเราจำชื่อร้านกันไม่ได้ครับ แต่พอดูเมนูหน้าร้านแล้ว OK จึงเข้าไปจัดเต็มอาหารอิตาลีกัน


รูปที่ 7 : Dinner ของพวกเรามื้อนี้เริ่มด้วย Red wine จาก Italy รสชาติดีทีเดียว

รูปที่ 8 : ถึง Italy ก็ต้องสั่ง Pizza

รูปที่ 9 : สปาเก็ตตี้กับสเต็กปลาจากทะเลสาป Como

รูปที่ 10 : สปาเก็ตตี้ Seafood

รูปที่ 11 : สปาเก็ตตี้ ผัด Beacon

รูปที่ 12 : สปาเก็ตตี้ซอสเนื้อ

มื้อนี้เราสั่ง Pizza สปาเก็ตตี้ 4 จาน และสเต็กปลาจากทะเลสาบ Como กินกับไวน์แดงอิตาลียี่ห้อ Dame & Fuet ปี 2007 1 ขวดและน้ำแร่ 1 ขวด เพื่อต้อนรับการมาเยือนประเทศอิตาลี สปาเก็ตตี้กับพิซซ่ากินในอิตาลีร้านไหนยังไงก็อร่อยครับ เข้ากับไวน์ได้ดี มื้อนี้เราจ่ายไปทั้งหมด 103 Euro กินเสร็จจึงเดินกลับไปที่รถ ฟ้าเริ่มจะมืดทำให้ยิ่งดูเปลี่ยวเข้าไปใหญ่ครับ เดินตามข้างตึกแล้วรู้สึกไม่ค่อยปลอดภัยมากขึ้นครับ เมืองนี้ดูน่ากลัวจริงๆ ครับ เรารีบเดินกลับไปที่รถแล้วขับรถกลับโรงแรม จอดรถที่จอดรถของโรงแรมทางด้านหลัง แล้วเข้าห้องพักครับ วันนี้เรายังนอนไม่ได้ครับ เพราะว่าเราต้องขึ้นเครื่องกลับคืนวันพรุ่งนี้ วันนี้เราจึงต้องจัดกระเป๋าเดินทาง ยัดของที่ซื้อๆ กันมาทั้งหมดใส่กระเป๋าของตัวเอง แล้วจึงอาบน้ำ นอนครับ


------------------------------------------------------------------------------------

Verify Image

บังคับใส่ข้อมูลทั้ง 3 ช่อง