ตอนที่ 2 การเตรียมตัวและสรุปค่าใช้จ่าย

หลังจากเก็บรวบรวมข้อมูลท่องเที่ยวญี่ปุ่นทั้งหมดในเดือนกันยายน 2013 แล้ว ระหว่างที่รอราคาตั๋วเครื่องบินที่จะออกต้นๆ เดือนตุลาคม ผมก็มานั่งคิดดูว่าการเดินทางท่องเที่ยวภายในญี่ปุ่น พวกเราจะใช้บริการรถไฟ หรือจะหารถเช่าในญี่ปุ่นขับเองดี ปกติคนไทยทั่วไปจะนิยมเดินทางท่องเที่ยวญี่ปุ่นโดยรถไฟ โดยซื้อตั๋ว JR Pass กัน ซึ่งแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ

1. ตั๋ว JR Pass แบบที่ใช้ได้กับรถไฟของบริษัท JR ทั่วประเทศญี่ปุ่น (รถไฟที่วิ่งในญี่ปุ่นมีหลายบริษัท) ซึ่งมีตั๋วประเภท 7 วัน ราคา 28,300 เยน , 14 วัน ราคา 45,100 เยน และตั๋ว 21 วัน ราคา 57,700 เยน โดยที่ตั๋วประเภทนี้ ใช้นั่งรถด่วนพิเศษชินคันเซน ขบวนโนโซมิ (Nozomi) หรือคนไทยมักจะเรียกว่า รถไฟหัวจรวด ซึ่งแล่นจากโตเกียวไปโอซาก้า ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง ไม่ได้นะครับ
2. ตั๋ว JR Pass ชนิดแบ่งตามภาค มีทั้งหมด 4 ภาคด้วยกัน คือ
   2.1 ภาคเหนือ JR Hokkaido Rail Pass ใช้ได้กับรถไฟ JR Hokkaido ทุกสายและ JR Bus
   2.2 ภาคตะวันออก JR East Pass ใช้ได้กับรถไฟ 72 สายของ JR East เชื่อมกับภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือจากสนามบินนาริตะและโตเกียว โดยมีตั๋วประเภทเดียวคือ ตั๋วใช้ได้ 5 วัน (วันใดก็ได้) ราคา 22,000 บาท
   2.3 ภาคตะวันตก JR West Rail Pass มี 2 เขต คือ
      2.3.1 Kansai Area Pass ใช้ได้กับรถเร็วจากสนามบินคันไซ เข้าเมืองโอซาก้า โกเบ นารา เกียวโตและเมืองฮิเมหยิ โดยมีตั๋ว 1 วัน ราคา 2,000 เยน, 2 วัน ราคา 4,000 เยน, 3 วัน ราคา 5,000 เยน และตั๋ว 4 วัน ราคา 6,000 เยน โดยมีจำหน่ายในญี่ปุ่นเฉพาะตั๋วแบบ 1 วัน ตั๋วแบบอื่นๆ ต้องซื้อนอกประเทศญี่ปุ่น
      2.3.2 Sanyo Area Pass ใช้ได้กับรถไฟ JR West ทุกสาขา รวมทั้งรถด่วนพิเศษชินคันเซน สายซันโย ขบวนโนโซมิ (Nozomi) รวมถึงรถด่วนจากสนามบินคันไซเข้าเมืองโอซาก้า ต่อไปถึงโอกายาม่า ฮิโรชิมาและเมืองฟุคุโอกะ โดยมีตั๋วประเภท 4 วัน ราคา 20,000 เยนและตั๋ว 8 วันราคา 30,000 เยน
   2.4 ภาคใต้ JR Kyushu Rail Pass ใช้ได้กับรถไฟ JR ทุกสายที่วิ่งในภาคใต้ของญี่ปุ่น รวมทั้งรถด่วนขบวนพิเศษสาย Kyushu Shinkansen มีจำหน่ายนอกประเทศญี่ปุ่น


รูปที่ 1 : รถไฟหัวจรวด หรือ Shinkansen เป็นขบวนรถที่วิ่งเร็วที่สุดในญี่ปุ่น

รูปที่ 2 : ภายในรถด่วนขบวน Limited Express Haruka วิ่งระหว่างเกียวโต โอซาก้า และสนามบินคันไซ

ส่วนการเช่ารถเที่ยวญี่ปุ่น ก็สามารถทำได้เหมือนกับประเทศอื่นๆ คือ ผู้เช่าต้องแสดงใบขับขี่ของไทยและใบขับขี่สากล (International driving license) ตอนรับรถ รถในญี่ปุ่นเป็นรถพวกมาลัยขวาเหมือนกับของบ้านเรา การขับรถในญี่ปุ่นเราจึงไม่ต้องปรับตัวกันมาก ใครที่ขับรถในกรุงเทพฯได้ ก็สามารถขับรถในญี่ปุ่นได้สบายๆ เห็นมีหลายเว็บบรรยายไว้ซะน่ากลัวว่า การขับรถในญี่ปุ่นมีกฏระเบียบเยอะ ขับยากหิมะเยอะ ค่าปรับแพง ค่าใช้จ่ายเยอะ ผมอยากบอกว่า อย่าไปกลัวจนเกิดเหตุครับ ไม่ลองก็ไม่รู้ อย่าไปกลัวที่จะรู้ จะเจออะไรใหม่ๆ ในชีวิตครับ

จะมัวลากกระเป๋าขึ้นรถไฟกันทำไม เช่ารถขับถูกกว่าและสะดวกกว่า

ปกติการเช่ารถขับในต่างประเทศ เรามักจะเช่ารถกับ AVIS, Budget, Alamo, Europcar หรือบริษัทอื่นๆ แต่ในญี่ปุ่นบริษัทเหล่านี้เกิดได้ยากหรือเกิดได้แต่ราคาค่าเช่ารถจะสูง เพราะบริษัทผลิตรถยนต์ในญี่ปุ่นลงทุนทำธุรกิจรถเช่าเอง รถเช่าในญี่ปุ่นจึงมีบริษัทหลัก คือ Toyota Rent a Car (เว็บ http://rent.toyota.co.jp/en), Nissan Rent a Car (เว็บ http://nissan-rentacar.com/english) และ Times Car RENTAL สำหรับเช่ารถ Mazda (เว็บ http://www.timescar-rental.com ) หรือบางคนอาจเช่ารถเที่ยวญี่ปุ่นจากโบรคเกอร์เช่ารถ เช่น Nippon (เว็บ http://www.nipponrentacar.co.jp) หรือ Tocoo! (เว็บ http://www2.tocoo.jp/en ) แต่เท่าที่ผมหาข้อมูลรถเช่าในญี่ปุ่นมาทั้งหมด ผมพบว่า การเช่ารถกับ Toyota บริษัทผลิตรถยนต์อันดับ 1 ของญี่ปุ่นนั้น ถูกและสะดวกที่สุด (อันนี้ผมไม่ได้ตังค์จาก Toyota เลยนะ และ Toyota ก็ไม่ได้เป็นสปอนเซอร์ในการเดินทางทริปนี้ของผมด้วยครับ) ราคาค่าเช่ารถ Toyota Aqua (Hybrid) ประมาณวันละ 8,000 เยน

แต่ปัญหาก็คือ การติดต่อกับบริษัทเช่ารถ Toyota ต้องติดต่อทางโทรศัพท์เท่านั้น ผมเองไม่อยากเสียค่าโทรศัพท์โทรต่างประเทศและไม่อยากเสียตังค์คุยภาษาอังกฤษกับคนญี่ปุ่นทางโทรศัพท์ ซึ่งคิดดูแล้วท่าจะต้องคุยกันยาวแน่ๆ ก็เลยขอความช่วยเหลือไปยังตัวช่วยของพวกเรานั่นคือ ทาเกะซัง ผู้ร่วมทริปขับรถบน Romantic road in Germany & Swiss ของพวกเรา โดยผมบอกทาเกะว่า ผมอยากรู้ราคาค่าเช่ารถ Hybrid คันเล็กๆ สัก 3 วัน จะเป็นรถรุ่น Aqua หรือ PriusC ก็ได้ขอให้มี Navigator ภาษาอังกฤษและขอยางรถยนต์ที่สามารถวิ่งบนหิมะ (Snow tyres) ด้วย โดยจะเป็นการเช่ารถแบบ One way รับรถในเกียวโต คืนรถในโตเกียว หรือกลับกัน คือรับรถในโตเกียว คืนรถในเกียวโต เพื่อจะได้ไม่เสียเวลาในการขับรถกลับ ทาเกะเขียนเมล์เป็นภาษาญี่ปุ่นไปสอบถามกับทางบริษัทเช่ารถ Toyota เพียงวันเดียว ก็ได้รับเมล์ตอบกลับแจ้งอัตราค่าเช่า ดังนี้
ค่าเช่ารถ Toyota Aqua (Hybrid) 3 วัน ราคา 23,625 เยน
ค่าบริการเช่ารถทางเดียว (Drop fees) 19,950 เยน
ค่ายางวิ่งบนหิมะ (Snow tyres) 6,000 เยน
VAT 3,150 เยน
รวมทั้งหมด ราคา 53,025 เยน

โดยที่อัตราค่าเช่ารถ Toyota Aqua ในวันแรกราคา 8,925 เยน ส่วนค่าเช่าวันต่อไป ราคาวันละ 7,350 เยน และค่าบริการ Drop fees เป็นค่าบริการเนื่องจากผู้เช่ารับรถและคืนรถคนละเมืองกัน อัตราค่าบริการนี้ขึ้นอยู่กับระยะทางจากเมืองที่รับรถและคืนรถเช่า กรณีของผมคือ ระยะทางระหว่างเกียวโตกับโตเกียวครับ ส่วนยาง Snow tyres จำเป็นต้องใช้เพื่อขับรถลุยบนหิมะได้อย่างมั่นใจ สรุปราคาค่าเช่าทั้งหมด 53,000 เยนสำหรับการเช่ารถ 3 วัน ถือว่าเป็นราคาค่อนข้างสูงมากทีเดียว เนื่องจากเป็นการเช่ารถแบบ One way รับและคืนรถต่างเมือง ต่างพื้นที่กัน แปลงเป็นเงินไทย ประมาณ 18,000 บาท เฉลี่ยวันละ 6,000 บาททีเดียว


รูปที่ 3 : ขับรถในญี่ปุ่น ไม่ต้องเช่ารถใหญ่ กฏหมายเค้าจำกัดความเร็วบนทางด่วน ขับได้ไม่เกิน 110 km/hr

รูปที่ 4 : เส้นทางลุยหิมะบนเทือกเขาสูงระหว่างเมือง Takayama กับ Matsumoto

รูปที่ 5 : ในญี่ปุ่น ปั้มน้ำมันบางปั้มจะมีพนักงานค่อยให้บริการ ไม่ต้องเติมเอง

รูปที่ 6 : อาหารที่วางขายใน SevenEleven ก็งั้นๆ แต่ห้องน้ำสะอาดทุกที่ ฟรีอีกต่างหาก

ค่าน้ำมัน ผมลองคำนวณเส้นทางที่ใช้ในการเดินทางทั้งหมดจาก Google เราจะวิ่งกันทั้งหมดระยะทางประมาณ 800 กิโลเมตร และผมเฉลี่ยรถกินน้ำมันประมาณ 16 กิโล/ลิตร (ปกติรถ Hybrid จะกินน้ำมันน้อยกว่านี้ แต่ผมคิดเผื่อไว้ก่อน) ค่าน้ำมันในญี่ปุ่นแพงกว่าบ้านเรานิดนึง คือ เบนซินราคาลิตรละ 150-180 เยน (ประมาณ 50-60 บาท) ค่าใช้จ่ายค่าน้ำมันน่าจะประมาณ (800/16)x60 = 3,000 บาท

สำหรับค่าทางด่วนนั้น ผมได้ search ในเว็บต่างๆ พบว่า ค่าทางด่วนในญี่ปุ่นนั้นแพงมากทีเดียว ผมสอบถามราคาค่าทางด่วนกับทาเกะ ทาเกะบอกว่า ค่าทางด่วนในญี่ปุ่นไม่ได้คิดตายตัวแบบบ้านเรา อัตราค่าทางด่วนในแต่ละที่จะไม่เท่ากัน หรือแม้ในที่เดียวกันแต่คนละช่วงเวลา ก็คิดอัตราค่าทางด่วนไม่เท่ากันอีกด้วย ทำให้การประเมินค่าทางด่วนในญี่ปุ่นทำได้ยากพอสมควร

บัตรทางด่วนแบบเหมาจ่าย CEP คือคำตอบสุดท้ายของการเช่ารถเที่ยวญี่ปุ่น

ช่วงปลายเดือนกันยายน 2013 ผมแวะไปขอคำแนะนำการท่องเที่ยวญี่ปุ่นกับ JNTO เจ้าหน้าที่คนญี่ปุ่นแนะนำให้ผมรู้จัก Central Nippon Expressway Pass (CEP) ซึ่งก็คือบัตรทางด่วนแบบเหมาจ่าย แต่ในช่วงเวลานั้น บัตรทางด่วน CEP นี้ ใช้ได้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2013 ถึงวันที่ 14 พฤศจิกายน 2013 ผมคิดว่าบัตรใบนี้คงไม่สามารถใช้ได้ในช่วงมกราคม-กุมภาพันธ์ 2014 ที่ผมจะไปเที่ยวกัน อีกอย่างคือ ผมคิดไปเองว่า ช่วงหน้าหนาวคงจะไม่มีส่วนลดค่าทางด่วน เนื่องจากบริษัทที่ดูแลทางด่วน ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในการละลายหิมะบนทางด่วน จึงคิดว่าไม่น่าจะมีบัตร CEP ที่ใช้ได้ในหน้าหนาว ผมจึงไม่ได้เข้าไปดูในเว็บของ CEP อีกเลย และผมประเมินค่าด่วนทั้งหมดไว้ 4,500 บาท (2.5 เท่าของราคาบัตร CEP แบบ 3 วันเลยทีเดียว)

Central Nippon Expressway Pass เป็นเหมือนบัตรทางด่วนเหมาจ่ายค่าทางด่วนในหลายเส้นทางในประเทศญี่ปุ่น รายละเอียดของเส้นทางที่ใช้ได้ดูได้จาก http://global.c-nexco.co.jp/en โดยบัตรทางด่วนนี้มีบริการให้สำหรับผู้ที่เช่ารถกับ Toyota Rent a Car และ Times Car RENTAL เท่านั้น อัตราค่าบริการบัตรใบนี้เป็นแบบเหมาจ่ายตั้งแต่ 2 วัน ราคา 5,000 เยน, 3 วัน 6,000 เยน ไปจนถึง 14 วัน 16,000 เยน บัตรทางด่วนนี้จึงช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้เยอะทีเดียวครับ

สรุปค่าใช้จ่ายในการเดินทางทั้งหมด คือ ค่าเช่ารถ 3 วัน 18,000 บาท ค่าน้ำมัน 3,000 บาท และค่าทางด่วน 4,500 บาท รวมเป็น 25,500 บาท (อันนี้ไม่รวมค่าเดินทางจากสนามบินเข้าเมืองที่ญี่ปุ่นทั้งขาไปและขากลับ) ไปกัน 3 คนตกคนละ 8,500 บาทก็ยังน้อยกว่าการซื้อตั๋วรถไฟ JR 7 วันราคา 28,300 เยน หรือประมาณคนละ 9,500 บาท ผมคุยกับอ้อมว่า ทริปนี้ดูๆ แล้วมีแนวโน้มว่าเราเช่ารถเที่ยวญี่ปุ่นกันดีกว่า เนื่องจากเราเที่ยวกันหลายที่ในช่วงเวลาเดินทางสั้นๆ เพียง 5 วัน ถึงแม้จะไม่ค่อยมีคนขับรถเที่ยวในญี่ปุ่นมากนัก แต่ก็น่าจะลองดู คิดถึงความสะดวกอะไรหลายๆ อย่าง ไม่ต้องเหนื่อยลากกระเป๋าด้วย อยากแวะที่ไหนก็แวะได้ เที่ยวได้ตามใจเราเอง อย่างไรก็ตามพวกเรายังต้องรอราคาตั๋วเครื่องบินไปญี่ปุ่นที่จะออกในต้นเดือนตุลาคม 2013 ก่อน หลังจากจองตั๋วเครื่องบินได้แล้ว จึงจะได้จองรถเช่าและที่พักต่างๆ ต่อไป

ต้นเดือนตุลาคม Agency ขายตั๋วเครื่องบินที่ผมติดต่อไว้ โทรมาสอบถามรายละเอียดการเดินทางของพวกเรา ผมจึงแจ้งไปว่า พวกเราทั้ง 3 คนต้องการเดินทางโดยสายการบินที่บินตรง (Direct flight) ไปลงโตเกียว (Bangkok // Tokyo) และขากลับบินจากโอซาก้ากลับกรุงเทพ (Osaka // Bangkok) หรือกลับกันก็ได้คือขาไปบินไปลงโอซาก้า (Bangkok // Osaka) และขากลับบินจากโตเกียวกลับกรุงเทพ (Tokyo // Bangkok) ทั้งนี้เพราะว่า เราได้ตัดสินใจแล้วว่า ทริปนี้เราจะเช่ารถเที่ยวญี่ปุ่นกัน จึงต้องการซื้อตั๋วแบบไปกลับต่างเมืองกัน แต่ก็ยังต้องการทราบราคาตั๋วไปกลับกรุงเทพ-โตเกียว และตั๋วไปกลับกรุงเทพ-โอซาก้าเอาไว้เป็นอีกตัวเลือกนึงด้วย และผมยังมีเงื่อนไขเพิ่มเติมอีกว่า ขาไปเราต้องการบินเครื่อง Flight ดึกของวันที่ 28 มกราคม 2014 เพื่อจะได้ไปถึงที่ญี่ปุ่นประมาณ 6 โมงเช้าแล้วเที่ยวกันต่อได้เลย ส่วนขากลับเราต้องการบินออกจากญี่ปุ่นในตอนเย็นของวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2014 เพื่อจะกลับมาถึงสุวรรณภูมิประมาณ 5 ทุ่มวันเดียวกัน


รูปที่ 7 : พ๊อกเก็ตบุ๊ค Thailand Airline Timetable

อยากแนะนำหนังสือเล่มนึงที่เอาไว้ใช้ในการดูเที่ยวบินต่างๆ สำหรับใช้จองตั๋วเครื่องบิน นั่นคือ หนังสือ Thailand Airline Timetable ซึ่งสามารถขอได้จากอ๊อฟฟิตขายตั๋วเครื่องบิน หลายที่เค้าแจกให้ลูกค้า ฟรี! หนังสือพ๊อกเก็ตบุ๊คเล่มนี้ ข้างในจะมีข้อมูลเที่ยวบินต่างๆ ทั้งหมดทุกสายการบิน ที่บินเข้าและออกสนามบินสุวรรณภูมิบ้านเรา เราจะรู้ว่าตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันอาทิตย์นั้นมีเครื่องออกจากสุวรรณภูมิไปยังเมืองต่างๆ ทั่วโลก เวลาไหนบ้าง และขากลับเครื่องออกจากเมืองนั้นๆ กลับมาถึงสุวรรณภูมิวันไหน เวลาอะไรบ้าง ทำให้เรารู้ว่า เราจะจองตั๋วเครื่องบินทั้งขาไปและขากลับ Flight ไหนดี

สายการบินไปญี่ปุ่นที่บินตรงไปกลับกรุงเทพ-โตเกียว และกรุงเทพ-โอซาก้า มีเพียง 2 สายการบิน คือ การบินไทย กับเจแปนแอร์ไลน์ (JAL) ปกติราคาตั๋วเครื่องบินไปญี่ปุ่นของการบินไทยจะถูกกว่าตั๋วของเจแปนแอร์ไลน์ แต่ก็ไม่เสมอไปครับ Agency แจ้งให้เราทราบว่า ตั๋วของการบินไทยราคาถูกๆ ขาไปเต็มหมดแล้ว ทั้ง Flight ไปโตเกียวและไปโอซาก้า มีแต่ตั๋วที่ราคาแพงว่างอยู่ (ปกติสายการบินเกือบทุกสาย จะขายตั๋วในชั้นธุระกิจ – Economy class ไม่เท่ากัน มีหลายราคา ไม่เท่ากันถึงแม้จะเป็นตั๋ว Economy class เหมือนกันก็ตาม) ส่วนราคาตั๋วของ JAL ตอนที่ผมจองนั้น ราคาถูกกว่าของการบินไทย และมีที่นั่งว่างอยู่ด้วย คือ

ขาไป วันที่ 28 January 2014 เวลา 23:15 น. Bangkok-Osaka (Kansai) วันที่ 29 January 2014 เวลา 6:25 น.
ขากลับ วันที่ 2 February 2014 เวลา 18:05 น. Tokyo (Narita) -Bangkok วันที่ 2 February 2014 เวลา 23:15น.

ราคาใบละ 24,500 บาท ซึ่งเป็นราคาใกล้เคียงกับราคาที่ผมประเมินไว้แต่แรก Agency บอกกับเราว่า ราคาตั๋วไป-กลับ Bangkok // Osaka หรือตั๋วไป-กลับ Bangkok // Tokyo ของการบินไทย หรือเจแปนแอร์ไลน์ ถูกกว่าประมาณ 1 พันบาท เราจึงตกลงจองตั๋วราคาใบละ 24,500 บาท และจัดการชำระเงินซื้อตั๋ว 3 ใบภายใน 2-3 วันถัดมา

ซื้อตั๋ว JR-West Rail Pass ขึ้นรถไฟในเขตคันไซได้ไม่จำกัด

หลังจากพวกเราจองตั๋วได้แล้ว เราก็รู้วันเวลาเดินทางที่แน่นอนว่า ทริปนี้เราไปกันทั้งหมด 5 วัน 5 คืน โดยนอนบนเครื่อง 1 คืน นอนในญี่ปุ่น 4 คืน พวกเราวางแผนที่จะเช่ารถเที่ยวญี่ปุ่นกัน 3 วัน คือตั้งแต่วันที่ 2-4 ของการเดินทาง เนื่องจากวันแรกและวันสุดท้ายเป็นการเที่ยวญี่ปุ่นในเมืองใหญ่ การขับรถในเมืองใหญ่จะไม่สะดวกเท่าการขึ้นรถไฟ เราจึงใช้บริการเดินทางโดยรถไฟในวันแรกและวันสุดท้าย โดยในวันแรก เราเดินทางออกจากสนามบินแล้วต้องการเที่ยวเมืองนาราและเมืองเกียวโต จึงตกลงซื้อตั๋วรถไฟ JR-West Rail Pass แบบ 1 วัน ราคาตั๋วใบละ 2,000 เยน เพื่อใช้ขึ้นรถไฟ JR ในเขตคันไซได้ไม่จำกัด โดยตั๋วนี้ต้องซื้อกับ Dearler หรือ บริษัททัวร์ที่ขายตั๋วประเภทนี้ในเมืองไทย และเมื่อเดินทางเข้าญี่ปุ่นต้องไปติดต่อที่อ๊อฟฟิตของบริษัท JR เพื่อแลกตั๋วใช้จริงพร้อมกับระบุวันเริ่มใช้ตั๋วกับเจ้าหน้าที่ของบริษัท JR อีกที อืม! ในการซื้อตั๋วนี้กับบริษัททัวร์บ้านเรา ต้องใช้ระบุชื่อผู้โดยสารตาม Passport ด้วยนะครับ


รูปที่ 8 : ตั๋ว JR-West Rail Pass ที่ใช้งานจริง สำหรับเดินทางในเขตคันไซได้ไม่จำกัด

ตั๋วรถไฟ JR-West Rail Kansai Area Pass มีแบบ 1 วัน, 2 วัน, 3 วันและ 4 วัน สามารถใช้เดินทางโดยรถไฟของบริษัท JR แบบเหมาจ่ายตลอดวันจนถึง 24 นาฬิกา เพื่อออกจากสนามบินคันไซ และเดินทางภายในเขตคันไซ ซึ่งประกอบด้วยเมืองโอซาก้า โกเบ เกียวโต นารา และเมืองฮิเมหยิ (รายละเอียดดูได้จาก เว็บ http://www.westjr.co.jp/global/en) โดยตั๋วนี้สามารถใช้กับรถขบวน Limited Express Haruka (รถด่วนขบวนเร็วที่สุด รองจาก Shinkansen) วิ่งระหว่างเกียวโต โอซาก้า สนามบินคันไซได้นะครับ

สำหรับวันสุดท้าย พวกเราวางแผนที่จะ Shopping ในโตเกียว คงจะนั่งรถไฟเดินทางไม่เยอะ จึงคิดจะซื้อตั๋วเป็นเที่ยวๆ ไป น่าจะประหยัดเงินกว่า ส่วนการเดินทางไปสนามบิน Narita พวกเราก็จะขึ้นรถไฟขบวน Keisei Skyliner จากสถานี Uenoa ไปสนามบิน Narita ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที ราคาตั๋วคนละ 1,200 เยน แพงหน่อยแต่ใช้เวลาเดินทางน้อยครับ

จองที่พักแต่เนิ่นๆ คนไทยไปเที่ยวญี่ปุ่นเยอะและมักจะพักทีเดียวกัน

สำหรับการจองที่พักในญี่ปุ่น 4 คืน ผม Search หาและจองที่พักในเว็บ Booking.com สะดวกที่สุด เพราะอ่านภาษาญี่ปุ่นไม่ออก แต่มีข้อยกเว้นสำหรับเมืองมรดกโลก Shirakawa-go การจองที่พักในเมืองนี้ต้องติดต่อจองที่พักกับเว็บ http://www.shirakawa-go.gr.jp (ภาษาญี่ปุ่น) หรือส่ง Email เป็นภาษาอังกฤษไปที่ info-e@shirakawa-go.gr.jp เท่านั้นครับ ผมเขียน Email ไปจองที่พักกับคุณ Yui และตอบเมล์ไปกลับอยู่หลายรอบ กว่าจะจองที่พักที่อยู่บริเวณใจกลางเมืองได้ครับ

หลังจากจองที่พักทั้งหมดเสร็จ ผมจึงทำแพลนและสรุปค่าใช้จ่ายทั้งหมด ดังนี้

28 ม.ค. 2014
เครื่องออกจากสนามบินสุวรรณภูมิเวลา 23:15 น. ไปลงที่สนามบินคันไซ เมืองโอซาก้า ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง คืนนี้พวกเรามีเวลานอนบนเครื่องประมาณ 2-3 ชั่วโมงก่อนออกเดินทางทริปนี้

29 ม.ค. 2014
เครื่องลงที่โอซาก้า เวลา 6.25 น. ออกจากสนามบินเราต้องไปติดต่อที่ JR Office ที่อยู่ในตึกสนามบิน Kansai Terminal 2 เพื่อเปลี่ยนตั๋ว JR-West Rail Pass ที่ซื้อเอาไว้จากเมืองไทย โดยเราจะใช้ตั๋วนี้สำหรับเดินทางโดยรถไฟ JR ออกจากสนามบิน ไปเมืองนารา เที่ยวศาลเจ้า Kasuga Taisha และวัดโทไดจิ (Todaiji temple) โดยต้องซื้อตั๋วรถบัสสำหรับเดินทางในเมืองนาราต่างหาก จากนั้นจึงขึ้นรถไฟไปเมืองเกียวโต ซื้อตั๋วรถบัส Kyoto 1 day pass city bus เพื่อใช้เที่ยววัดคินคะกุจิ (Kinkakuji temple) ศาลเจ้าฟูซิมิ อินาริ (Fushimi Inari Shrine) และวัดคิโยมิสึ (Kiyomizu-dera Temple) หรือวัดน้ำใส วันนี้เราพักที่ Piece Hostel Kyoto (http://www.piecehostel.com/index.html) เป็น Hostel สไตล์ Modern ราคาประหยัดในเมือง Kyoto อยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟเกียวโต ค่าใช้จ่ายต่อคนในวันนี้ คือ
ค่าตั๋วรถไฟ JR-West Rail Pass แบบ 1 วัน 2,000 เยน
ค่าฝากกระเป๋าสัมภาระที่สถานีรถไฟเมือง Nara เฉลี่ยคนละ 500 เยน
ค่ารถบัสเที่ยวในเมือง Nara (200 x 2) = 400 เยน
ค่าเข้าวัด Todaiji ไปนมัสการพระใหญ่ 500 เยน
ค่าอาหารมื้อกลางวัน 700 เยน
ค่าตั๋วรถบัส Kyoto 1 day pass city bus 500 เยน
ค่าเข้าวัด Kinkakuji เพื่อดูศาลาทอง 400 เยน
ค่าอาหารมื้อเย็น 1,500 เยน
ค่าที่พัก ห้อง Double bed ใน Piece Hostel Kyoto ราคาคนละ 3,300 เยน (รวมอาหารเช้า)
รวม 9,800 เยน

30 ม.ค. 2014
ทานอาหารเช้าแล้ว Check out ออกจาก Hostel เดินไปรับรถเช่าที่อ๊อฟฟิตของ Toyota Rent a Car ที่อยู่ใกล้ๆ แล้วขับรถขึ้นทางด่วนไปเมือง Shirakawa-go โดยแวะทานอาหารกลางวันระหว่างทาง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมงครึ่ง เมื่อถึงเมือง Shirakawa-go แล้วต้องแวะที่ Information center เพื่อแจ้งการเข้าพักที่บ้านพัก Kidoya คืนนี้เราพักสไตล์ Minshuku นอนที่นอนปูบนเสื่อทาทามิ พร้อมอาหาร 2 มื้อ วันนี้เราเที่ยวใน Shirakawa-go กันตั้งแต่บ่ายยันค่ำ ค่าใช้จ่ายต่อคน คือ
ค่าเช่ารถ 3 วัน เฉลี่ยคนละ (53,025 / 3) = 17,675 เยน
ค่าทางด่วนเฉลี่ย คนละ 1,500 เยน
ค่าอาหารมื้อกลางวัน 700 เยน
ค่าที่พักใน Shirakawa-go คนละ 8,400 เยน รวมอาหารเย็นวันเดินทางเข้าพักและอาหารเข้าของวันรุ่งขึ้น
รวม 28,285 เยน

31 ม.ค. 2014
ทานอาหารเช้าแล้ว Check out ออกเดินทางจากชิราคาวาโกะ ประมาณ 1 ชั่วโมงก็ถึงเมืองทากายาม่า (Takayama) เดินเที่ยวในเขตเมืองเก่าและทานอาหารกลางวัน แล้วขับรถออกเดินทางกันต่อไปเมือง Matsumoto ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง เราแวะดูปราสาทของเมือง Matsumoto ก่อนขับรถขึ้นทางด่วนประมาณ 2 ชั่วโมงก็ถึงเมือง Kawaguchigo แวะทานอาหารเย็นก่อนเข้าพักที่ Mizuno hotel แล้ว Onsen ก่อนเข้านอน ค่าใช้จ่ายต่อคน คือ
ค่าทางด่วนเฉลี่ย คนละ 1,500 เยน
ค่าจอดรถในเมือง Takayama เฉลี่ยคนละ 200 เยน
ค่าอาหารมื้อกลางวัน 700 เยน
ค่าน้ำมันเฉลี่ย คนละ 1,500 เยน
ค่าอาหารมื้อเย็น 1,500 เยน
ค่าโรงแรม ห้อง Family สไตล์ญี่ปุ่น คนละ 5,250 เยน รวม Onsen ไม่มีอาหารเช้า
รวม 10,650 เยน

1 ก.พ. 2014
Check out ออกจากโรงแรมแล้วแวะทานอาหารเช้าก่อนขับรถเที่ยวทะเลสาบทั้ง 5 รอบๆ ภูเขาไฟฟูจิ คือทะเลสาบ Kawaguchiko, Saiko, Shojiko, Motosuko และทะเลสาบ Yamanakako โดยใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง แวะทานอาหารกลางวันแล้วขับรถไปเมือง Gotenba เพื่อไป Shopping ที่ Gotemba Premium Outlets เสร็จแล้วขับรถขึ้นทางด่วนเข้าเมืองโตเกียว โดยขับรถอ้อมไปดูสะพานสายรุ้งข้ามไปเมืองใหม่ Odaiba แล้วแวะเติมน้ำมันก่อนเข้าที่พัก Toyoko Inn Tokyo Ikebukuro Kita-guchi No.1แล้วจึงขับรถไปคืนที่อ๊อฟฟิตของ Toyota Rent a Car ที่อยู่ใกล้ๆ โรงแรมที่พัก แล้วจึงออกไปทานอาหารเย็นใกล้ๆ กับโรงแรมกัน ค่าใช้จ่ายต่อคน คือ
ค่าอาหารมื้อเช้า 700 เยน
ค่าอาหารมื้อกลางวัน 700 เยน
ค่าทางด่วนเฉลี่ย คนละ 1,500 เยน
ค่าน้ำมันเฉลี่ย คนละ 1,500 เยน
ค่าอาหารมื้อเย็น 1,500 เยน
ค่าโรงแรม ห้อง Double bed ราคาคนละ 3,990 เยน รวมอาหารเช้า
รวม 9,890 เยน

2 ก.พ. 2014
ทานอาหารเช้าแล้ว Check out และฝากกระเป๋าไว้ที่โรงแรมแล้วขึ้นรถไฟไปวัดเซนโซจิ ย่านอาซากุซะ วัดที่เก่าแก่ทีสุดในโตเกียว แวะชิมซาลาเปาทอดร้านที่กษัตริย์ญี่ปุ่นชื้อชิมแล้วนั่งรถไฟไป Shopping ย่านชินจูกุ (Shinjuku) เสร็จแล้วขึ้นรถไฟกลับไปเอากระเป๋าสัมภาระที่โรงแรมแล้วขึ้นรถไฟไปอุเอโนะ แล้วขึ้นรถไฟขบวน Keisei Skyliner จาก Uenoa ไปสนามบิน Narita ให้ทัน 4 โมงเย็นเพื่อ Check-in ขึ้นเครื่องกลับเมืองไทย ค่าใช้จ่ายต่อคน คือ
ค่ารถไฟเดินทางในโตเกียว คนละ 800 เยน
ค่าอาหารมื้อกลางวัน 700 เยน
ค่ารถไฟ Skyliner ไปสนามบิน Narita 1,200 เยน
รวม 2,700 เยน

รวมทั้งหมด คนละ 61,325 เยน
อัตราแลกเปลี่ยนคล่าวๆ ในขณะนั้น 32 บาท/100 เยน
ค่าใช้จ่าย คนละ 20,000 บาท


รูปที่ 9 : บรรยากาศที่พัก Piece Hostel Kyoto ใกล้กับสถานีรถไฟ Kyoto

รูปที่ 10 : ที่พักสไตล์ Minshuku ในเมือง Shirakawa-go

รูปที่ 11 : ห้องพักในโรงแรม Mizuno ในเมือง Kawaguchiko เมืองศูนย์กลางย่านภูเขาไฟฟูจิ

การเช่ารถกับ Hertz ในญี่ปุ่นก็เหมือนกับเช่ารถกับ Toyota Rent a Car

กลับมาเรื่องรถเช่าในญี่ปุ่นอีกที หลังจากที่ผมทราบราคารถเช่าของ Toyota แล้ว ผมได้ลอง Search หาบริษัทอื่นเผื่อจะได้ราคาค่าเช่าถูกกว่า แล้วผมก็เจอเว็บ http://japan.hertz.com จึงลองหาอ๊อฟฟิตที่รับและคืนรถของ Hertz ดู พบว่า เป็นอ๊อฟฟิตเดียวกับ Toyota เนื่องจาก Hertz ในญี่ปุ่นได้ร่วมมือกันทางธุรกิจกับทาง Toyota การเช่ารถในประเทศญี่ปุ่นกับ Hertz จึงเหมือนกับการเช่ารถกับ Toyota Rent a Car นั่นเอง ข้อดีของการเช่ารถขับในญีปุ่นกับ Hertz คือ เราต้องติดต่อเช่ารถกับทาง Customer support ซึ่งเป็นพนักงานคนไทย นั่งทำงานในอ๊อฟฟิตของ Hertz ที่อยู่ในกรุงเทพฯ และพนักงานจะติดต่อไปทาง Toyota Rent a Car ที่ประเทศญี่ปุ่นเพื่อจองรถให้กับเรา ส่วนราคาค่าเช่ารถไม่ว่าจะจองกับ Toyota หรือ Hertz ลูกค้าจะได้ราคาเดียวกัน การเช่ากับทาง Hertz จึงเป็นช่องทางที่สะดวกกว่าการเช่ากับ Toyota โดยตรง แต่ การเช่ารถกับ Hertz ก็มีข้อเสียอยู่หลายอย่าง ดังนี้
- ข้อมูลอ๊อฟฟิตที่สามารถรับและคืนรถ ที่แสดงในเว็บ http://japan.hertz.com มีน้อยเกินไป หรือมีไม่ครบอ๊อฟฟิตของ Toyota Rent a Car ทั้งหมด ที่จริงแล้วอ๊อฟฟิตของ Toyota มีอยู่มากมายทั่วญี่ปุ่น แท้บจะทุกอำเภอเลยก็ว่าได้
- การติดต่อเช่ารถกับพนักงานของ Hertz ใช้เวลาดำเนินการนานพอสมควร ประมาณ 1 สัปดาห์กว่าจะได้รับการตอบรับการจองรถ เนื่องจากพนักงานของ Hertz ในเมืองไทยต้องส่งเรื่องการจองไปให้ทาง Toyota Rent a Car ที่ญี่ปุ่นเพื่อดำเนินการอีกที
- หากจองรถกับทาง hertz เราไม่สามารถติดต่อกับเจ้าหน้าที่ของ Toyota Rent a Car ได้โดยตรง ต้องติดต่อผ่านเจ้าหน้าที่ Hertz ในเมืองไทย หลายครั้งที่ส่งเมล์ขอข้อมูลไปแล้วตอบเมล์กลับมาช้า หรือส่งข้อมูลผิดๆ กลับมา ทำให้เสียเวลามาก

ผมตัดสินใจจองเช่ารถกับ Hertz เพราะเห็นว่าสะดวกดี แต่เนื่องจากข้อมูลของอ๊อฟฟิตสำหรับรับและคืนรถในเว็บ http://japan.hertz.com นั้นไม่สมบูรณ์ ทำให้ผมต้องส่งอีเมล์ไปขอแผนที่ของอ๊อฟฟิตที่ต้องไปรับรถกับพนักงานคนไทย ซึ่งเธอต้องส่งเมล์ไปให้ทางญี่ปุ่นอีกที กว่าผมจะได้รับเมล์ตอบกลับพร้อมกับแผนที่ใช้เวลา 4-5 วัน แถมแผนที่ๆ ได้รับมาก็ผิดอีก จึงต้องส่งเมล์ไปขอแผนที่ใหม่ กว่าจะตอบเมล์กลับมาอีกทีก็ไม่ทันกาลแล้ว ดีที่ผมได้ทาเกะช่วยเหลือ หาข้อมูลเรื่องรถเช่าและติดต่อกับทาง Toyota Rent a Car ไว้ก่อน ที่เขียนมานี้ไม่ได้ต้องการตำหนิทาง Hertz นะครับ เพียงแต่อยากแนะนำว่า ถ้าท่านมีคนญี่ปุ่นรู้จักที่สามารถขอความช่วยเหลือได้ ติดต่อเรื่องรถเช่ากับทาง Toyota Rent a Car ได้จะดีกว่าติดต่อเช่ากับ Hertz ครับ

ใช้บริการทางด่วน นึกถึง Central Nippon Expressway Pass เสมอ

ผมอยากเขียนย่อหน้านี้ เพื่อเป็นวิทยาทานให้กับคนที่เข้ามาอ่านบทความนี้ ว่า หากต้องการเช่ารถเที่ยวญี่ปุ่น อย่าลืม Search ดู Central Nippon Expressway Pass ก่อนนะครับ บัตรนี้ช่วยทำให้ประหยัดเงินค่าทางด่วนได้มากเลยครับ ผมเพิ่งเห็น Central Nippon Expressway Pass 2014 ในเว็บ http://global.c-nexco.co.jp/en หลังจากเที่ยวญี่ปุ่นกลับมาแล้ว ขณะที่นั่งเขียนบทความนี้อยู่ (กลางเดือนกุมภาพันธ์ 2014) ซึ่งบัตรสำหรับปี 2014 นี้สามารถใช้ได้ตั้งแต่วันที่ 25 มกราคม 2014 ไปจนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2015 ผมรู้สึกเสียดายเงินที่จ่ายค่าทางด่วนไปเกือบ 20,000 เยนทีเดียว ถ้าผมเข้ามาเช็คในเว็บก่อนการเดินทางและเห็น Central Nippon Expressway Pass 2014 ผมจะจ่ายค่าทางด่วนเหมาจ่าย 3 วันเพียง 6,000 เยนเท่านั้น


------------------------------------------------------------------------------------

   ความเห็นที่ 1   [วันที่ 14 June 2014]
ขอบคุณมากค่ะ ข้อมูลเขียนละเอียดและอ่านเข้าใจง่ายมากเลย (เรา search google มาค่ะ)
กุ้ง

   ความเห็นที่ 2   [วันที่ 25 January 2015]
ขอบคุณมากครับที่มาช่วยแชร์ เป็นประโยชน์มากๆเลยครับ
sorawutb

   ความเห็นที่ 3   [วันที่ 06 March 2015]
ว่าจะเช่ารถไปเอง แต่ไม่อยากจะขับเลยค่ะ ขึ้นทางด่วนก็มีค่าใช้จ่ายอีก แถมจะไปกับเด็ก ๆ สงสัยขับรถนี่คงไม่เหมาะแน่ ๆ
mcf2555

   ความเห็นที่ 4   [วันที่ 27 February 2017]
ขอบคุณมากครับ เป็นประโยชน์มากครับ


Verify Image

บังคับใส่ข้อมูลทั้ง 3 ช่อง