ตอนที่ 2 เตรียมตัวก่อนบินล่วงหน้าประมาณ 2 เดือน

ผมให้ความสำคัญกับการเตรียมตัวล่วงหน้าแต่เนิ่นๆ ในการเดินทางมากทีเดียวครับ ผมคิดว่าถ้าเราเตรียมตัวล่วงหน้า อย่างน้อยสัก 40-60 วัน เราสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายต่างๆ ไปได้ไม่น้อยทีเดียวครับ การเตรียมตัวล่วงหน้าแต่เนิ่นนี้เองเป็นครับ เป็นเหตุผลว่า ทำไมทริปขับรถบน Romantic road ในเยอรมัน ไปต่อสวิสและอิตาลี รวมทั้งหมด 13 วัน 12 คืน ได้ขึ้นรถไฟ Gornergrat เพื่อชมยอดเขา Matterhorn ในเมือง Zermatt ด้วย รวมทุกสิ่งทุกอย่างทั้งหมด จ่ายคนละ 75,000 บาทเท่านั้น

หาผู้ร่วมทริปไปด้วยกัน หารค่าใช้จ่ายไปได้เยอะ

การเดินทางครั้งนี้ ผมเริ่มศึกษาหาข้อมูลตั้งแต่กลางๆ ปี 2012 ส่วนผู้ร่วมทริปที่ตอบตกลงว่าจะไปด้วยกันแน่ๆ สรุปได้ในเดือนกันยายน มีทั้งหมด 3 คน คือ อ๊อด(เพื่อน) พิง(แฟน)และตัวผมเอง หลังจากนั้นเราทั้งสามคนก็พยายามชักชวนคนอื่นไปเที่ยวด้วยกัน เพราะว่ายังมีที่ว่างในรถอีก 1-2 ที่นั่ง แต่เราก็ยังไม่ได้ผู้ที่มุ่งมั่นที่จะไปกับเราแน่ๆ ได้ เราทั้งหมดจึงคุยกันแล้วได้ข้อสรุปว่า เราไปกัน 3 คนก็ได้เราเช่ารถคันเล็กหน่อย ส่วนค่าน้ำมันหาร 3 ก็จ่ายเพิ่มขึ้นคนละไม่เท่าไหร่ เราจึงติดต่อไปยัง Agency ให้หาตั๋วเครื่องบินสำหรับพวกเรา 3 คน แต่หลังจากที่เราจองตั๋วเครื่องบินได้ ในราคาโปรโมชั่น 28,700 บาท เราจึงโทรชักชวนคนอื่นๆ ไปเที่ยวด้วยกัน เพราะเราซื้อตั๋วเครื่องบินได้ในราคาค่อนข้างถูกทีเดียว และทริปนี้เราตกลงกันว่าจะเช่ารถขับเที่ยวกันเองตลอดทั้งทริป โดยพวกเรารับรถที่สนามบิน Flughafen ในเมืองแฟรงเฟิร์ต เจอมันนี ขับรถเที่ยวตลอดทั้งทริปและไปคืนรถที่สนามบิน Malpensa ในเมือง Milan อิตาลีก่อนขึ้นเครื่องของสายการบิน Etihad กลับกรุงเทพ ช่วงเวลาแค่ข้ามคืนเดียวเท่านั้น เราก็ได้คนใจง่ายมาร่วมทริปอีก 2 คนชื่อ หลอดกับทาเกะ หลอดเป็นลูกพี่ลูกน้องของพิง ทาเกะเป็นคนญี่ปุ่นและเป็นแฟนของหลอด ทั้งสองคนเพิ่งแต่งงานกันได้ไม่ถึงปี จึงสนใจไปเที่ยวและฮันนีมูนพร้อมกันด้วยเลยครับ ผมจึงจัดการจองตั๋ว Flight เดียวกันให้กับทั้งสองคน โชคดีที่ยังเหลือที่นั่งว่างพอสำหรับทั้งสองคน เป็นอันว่า ทริปนี้เราเดินทางกันไปทั้งหมด 5 คนเต็มรถพอดีครับ “Welcome onboard ทุกคนครับ”


รูปที่ 1 : วิวจากบนเครื่องสายการบิน Etihad

รูปที่ 2 : เตรียมตัวเพื่อสัมผัสบรรยาการสีสรร อย่างเมือง Dinkelsbuhl

ขั้นตอนต่อไปคือการเตรียมตัวจองรถเช่า

ก่อนหน้านี้ ผมได้ค้นหาข้อมูลการจองรถ และสืบราคารถเช่ามาตั้งแต่ปลายปี 2012 แล้วครับ ปกติการเช่ารถต่างประเทศ โดยเฉพาะในยุโรป ผมจะเช่ารถกับ Avis, Hertz, National และ Alamo ซึ่งมักจะรับรถและคืนรถที่เดิม หรือรับและคืนรถคนละเมืองแต่อยู่ในประเทศเดียวกัน ทำให้หารถเช่าได้ไม่ยากครับ แต่การเช่ารถครั้งนี้ เป็นการรับรถจากสนามบิน Flughafen ใน Frankfurt Germany และไปคืนรถที่สนามบิน Malpensa ใน Milan Italy ทำให้การหารถเช่าราคาถูกมีความซับซ้อนขึ้นมานิดนึง เพราะว่า บริษัทให้เช่ารถส่วนใหญ่จะไม่ค่อยให้เช่ารถที่รับรถและคืนรถคนละประเทศกัน ซึ่งเว็บของบริษัทให้เช่ารถเรียกการเช่าแบบนี้ว่า One way rental กรณีการเช่ารถของพวกเรา พบว่ามีแค่บริษัท National, Europcar และ Hertz เท่านั้นที่ให้เช่ารถแบบ One way rental รับและคืนรถคนละประเทศ ปกติการเช่ารถนั้นควรจองรถล่วงหน้าประมาณ 1 เดือน ราคาค่าเช่าจะถูกกว่าการจองล่วงหน้าเพียง 1-2 อาทิตย์ ครั้งนี้ผมจองรถล่วงหน้า 2 เดือน แต่ราคาค่าเช่าของทั้ง 3 บริษัทข้างต้นก็ยังแพงกว่าการเช่าแบบคืนรถที่เดิมอยู่มาก เพราะว่าบริษัทให้เช่ารถจะคิดค่าธรรมเนียมของ One way rental รวมเข้ามาราคาค่าเช่าด้วย บางบริษัทเช่น Europcar คิดค่าธรรมเนียม One way rental ตั้ง 200 Euro โอ้! พระเจ้าจอร์จ ผมเลยต้องขอคำปรึกษากับพ่อผมอย่างใกล้ชิด แล้วผมก็ไปเจอเว็บ izzirent.com ซึ่งเป็นบริษัท Broker ของบริษัทให้บริการเช่ารถอีกทีนึง และที่น่าสนใจก็คือ ราคาค่าเช่าในเว็บ izzirent.com นั้นถูกกว่า การเช่ารถกับบริษัทให้เช่ารถโดยตรงเสียอีก ผมจึงเขียนอีเมลล์ไปสอบถามกับ izzirent.com เกี่ยวกับบริษัท รถที่ให้เช่า และการเช่าแบบ One way rental เพื่อให้แน่ใจว่า ทาง izzirent.com ไม่ใช่พวก 18 มงกุฎ และมีรถที่ผมต้องการเช่าให้บริการในช่วงที่ผมเดินทาง อันที่จริง izzirent.com ได้จดทะเบียนเป็นรูปแบบบริษัทอยู่แล้ว ก็ทำให้อุ่นใจได้ระดับนึงว่าไม่โดนหลอก ผมจึงจองรถเช่าผ่านทางเว็บ www.izzirent.com ตามโปรแกรมการเดินทางที่ได้จองตั๋วเครื่องบินไว้ คือ

ผมจองรถยี่ห้อ Seat รุ่น Ibiza ST (คล้ายๆ Toyota Wish บ้านเราครับแต่เล็กกว่า) โดยรับรถที่สนามบิน Flughafen, Frankfurt วันที่ 4 May เวลา 13:00 ซึ่งเป็นเวลาที่เครื่องลง และคืนรถที่สนามบิน Malpensa, Milan ในวันที่ 16 May เวลา 20:00 เพื่อให้ทัน check-in ก่อนขึ้นเครื่องกลับกรุงเทพ ทั้งหมด 13 วัน ในราคา 722 Euro แปลงเป็นเงินไทยก็ประมาณ 28,000 บาท (อัตราแลกเปลี่ยน 1 Euro = 39 บาท) ซึ่งผมต้องชำระเงินค่ามัดจำโดยหักบัตรเครดิตประมาณ 22 Euro ส่วนค่าเช่าที่เหลืออีก 700 Euro บริษัทจะเรียกเก็บตอนที่พวกเราคืนรถที่สนามบิน Malpensa ใน Milan ครับ

การเช่ารถขับในยุโรป นอกจากต้องเตรียมใบขับขีสากล (International Driving License) ของผู้เช่ารถ (ผู้เช่ากับคนขับรถต้องเป็นคนเดียวกันด้วยครับ) อย่าลืมนำใบขับขี่ของกรมขนส่งทางบกไปด้วยนะครับ บริษัทให้เช่ารถจะขอดูใบขับขี่ทั้งสองใบ ตอนไปติดต่อกับเจ้าหน้าที่เพื่อขอรับรถครับ

หลังจากผมจองรถเช่าในเว็บ www.izzirent.com และชำระเงินค่ามัดจำเสร็จแล้ว ทาง izzirent.com ได้แจ้งว่ารถที่ผมได้ทำรายการจองไปนั้นเป็นรถของบริษัท Europcar นั่นหมายความว่า ในการรับและคืนรถที่สนามบินทั้งสองแห่ง ผมต้องไปติดต่อกับเคาร์เตอร์ของบริษัท Europcar นั่นเอง แต่ที่น่าสนใจก็คือ ราคาที่ผมจองกับทาง izzirent.com นั้นถูกกว่าการเช่ารถรุ่นเดียวกัน ระยะเวลาเดียวกัน กับทางบริษัท Europcar โดยตรงประมาณเกือบ 50 Euro ครับ น่าสนใจทีเดียวครับการจองรถเช่ากับ izzirent.com


รูปที่ 3 : รถ Kia ที่พวกเราได้มาแทน Seat Ibiza ST มีเกียร์ 6 ด้วยครับ เหยียบกระจาย

นอกจากราคารถเช่าแล้ว สิ่งที่เป็นการบ้านให้ต้องเตรียมตัวหาข้อมูลล่วงหน้าก็คือ ค่าน้ำมัน นั่นเองครับ ทริปนี้พวกเราขับรถทั้งหมด 4 ประเทศ คือ เจอมันนี สวิส อิตาลี นอกจากนี้ช่วงระหว่างเจอมันนีกับสวิส พวกเรายังขับรถเข้าไปยังออสเตรียอีกด้วย ผมจึงต้องหาราคาน้ำมันของทั้ง 4 ประเทศโดยถามพ่อผมอีกตามเคยครับ พบว่า ราคาน้ำมัน Unleaded (เหมือนน้ำมัน 95 บ้านเรา) ใน Austria ถูกสุดคือ 1.37 Euro/ลิตร รองมาคือ Swiss 1.43 Euro/ลิตร, Germany 1.60 Euro/ลิตร และแพงที่สุดในอิตาลี 1.80 Euro/ลิตร แค่นี้เองเราก็พอจะกะได้แล้วครับว่า เราจะแวะเติมน้ำมันที่ไหน ในปริมาณเท่าไหร่บ้าง

ขั้นตอนการจองที่พักเมืองต่างๆ

ค่าใช้จ่ายหลักๆ ของการเดินทาง นอกจากค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าเดินทาง (Transportation) ไม่ว่าจะโดยรถไฟ รถบัส หรือรถเช่า ค่าใช่จ่ายสำหรับที่หลับที่นอนก็เป็นค่าใช้จ่ายหลักอีกอันนึงครับ การเดินทางครั้งนี้เพื่อนร่วมทริปทุกคนให้ผมจัดการทุกสิ่งทุกอย่างทั้งหมด เมื่อดำเนินการแล้วก็ส่งเป็นเรื่องแจ้งเพื่อทราบให้กับทุกคนเท่านั้น ในเมื่อทุกคนให้อิสระกับผมในการจัดหาที่พัก ผมก็ต้องจัดให้ จัดเต็มครับ ฮ่าฮ่าฮ่า ล้อเล่นอ่ะครับ ปกติการเดินทางในแต่ละครั้งผมจะจองที่พักให้มีความหลากหลายให้มากที่สุด เท่าที่ทำได้ในงบประมาณที่จำกัดครับ ทริปนี้เป็นทริปขับรถเที่ยวเองด้วย เรื่องที่พักจึงไม่ต้องห่วงว่าต้องอยู่ในเมือง ใกล้กับสถานีรถไฟ เพื่อเดินทางได้สะดวก ที่พักในทริปนี้ผมจัดให้มีความหลากหลายพอสมควรครับ นอกจากพวกเราพักใน Youth hostel เป็นหลักแล้วก็มีโรงแรมบ้าง Apartment หรือ Guesthouse บ้าง นอนในเมือง ในชนบท ในป่า ริมทะเลสาบบ้าง ใกล้ปราสาทบ้างครับ


รูปที่ 4 : บรรยากาศที่พักในเมือง Berwang เมืองเล็กๆ ใน Austria ที่น่าประทับใจ

ปกติ ในการจองที่พักเรามักให้ความไว้วางใจกับเว็บ Booking.com, Hotels.com และ Agoda.com นอกจากนั้นการเข้าพักใน Youth Hostel ก็เป็นไม้ตายอีกอันนึง สำหรับการหาที่พักราคาถูกในเมืองใหญ่ โดยที่ผู้เข้าพักทุกคนต้องไม่ลืมสมัครเป็นสมาชิก Hostelling International Thailand โดยเสียค่าสมาชิกปีละ 350 บาทต่อคน สามารถอ่านรายละเอียดขององค์กรและการสมัครสมาชิกได้ทางเว็บ tyha.org ครับ สำหรับผมนอกจากจะใช้บริการ Youth hostel แล้วผมมักจะใช้บริการค้นหาที่พักใน Booking.com แต่ผมไม่จองกับ Booking.com นะครับ เอ้ ยังไงงงงง

คืออย่างงี้ครับ พวกเว็บ Booking.com, Hotels.com และ Agoda.com ก็เป็นพวก Broker เหมือนกับ izzirent.com แต่ต่างกันที่ การจองที่พักกับเว็บทั้ง 3 นั้นส่วนใหญ่แล้วราคาจะแพงกว่าการจองกับโรงแรมโดยตรง อย่างที่บอกครับว่า ผมมักใช้บริการค้นหาโรงแรมที่พักใน Booking.com แต่ผมพบว่าราคาห้องพักในเว็บ Booking.com ส่วนใหญ่จะแพงกว่าการจองห้องพักกับโรงแรมโดยตรง อธิบายให้ชัดเจนก็คือ เวลาจองที่พัก ผมจะเข้าไป Search หาที่พัก (ไม่ว่าจะเป็น Hotel, Guesthouse, Apartment หรือที่พักพวก Bed&Breakfast และอื่นๆ) ในเว็บ Booking.com ผมก็จะได้ชื่อที่พัก พร้อมกับราคาห้องพักจาก Booking.com ผมก็ Copy ชื่อที่พักที่ต้องการเอามาปรึกษาพ่อผม แล้วพ่อผมก็มักจะบอกเว็บไซด์ของที่พักเหล่านั้นให้ผมเสมอๆ ผมก็สามารถเข้าไปยังเว็บของที่พักหรือโรงแรมเหล่านั้นและดูราคาห้องพักที่ต้องการ เปรียบเทียบกับราคาห้องพักที่ได้จาก Booking.com ส่วนใหญ่พบว่า ถูกกว่า ก็จองห้องพักนั้นกับทางโรงแรมโดยตรงเท่านั้นเป็นอันเสร็จเรียบร้อยครับ ทั้งนี้เนื่องจากที่พักต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Hotel, Apartment, Guesthouse หรือ Bed&Breakfast ในยุโรปมักจะมีเว็บไซด์ของตัวเอง เราจึงสามารถจองที่พักเหล่านั้นผ่านทางเว็บได้โดยตรง

ใช่ว่า ราคาที่พักที่ได้จากการจองโรงแรมผ่าน Booking.com หรือเว็บ Broker อื่นจะแพงไปซะหมดครับ บางครั้งโรงแรมจัดห้องพักราคาโปรโมชั่นให้กับเว็บ Broker เหล่านี้ ถ้าเราพบว่าราคาห้องพักที่ได้จากเว็บ Broker เหล่านี้ถูกกว่าราคาห้องพักจากเว็บของโรงแรม ก็อย่ารีรอที่จะจองห้องพักเหล่านั้นกับเว็บ Broker เถอะครับ ของดีราคาถูกมักจะหมดเร็วเสมอครับ


รูปที่ 5 : อาหารเช้าของพวกเรา ถ่ายในห้องพักในเมือง Schwangau

ว่าไปยาวเลย กลับมาสู่ทริปขับรถบน Romantic road ในเยอรมัน ไปต่อสวิสและอิตาลี กันต่อครับ ทริปนี้เราบินมาถึงแฟรงเฟิร์ต ในบ่ายวันที่ 4 May 2013 และเดินทางออกจาก Milan ตอน 4 ทุ่ม รวม 12 คืน 13 วัน ผมจึงดำเนินการจองที่พักล่วงหน้าทั้งหมด 12 คืน ดังนี้ครับ

4 May โรงแรม Mövenpick เมือง Oberursel 2 ห้องนอน ราคา 28.40 Euro/คน ไม่มีอาหารเช้า
5 May Youth hostel เมือง Würzburg หอพักห้อง 5 เตียงนอน ราคา 27.10 Euro/คน รวมอาหารเช้า
6 May Guesthouse: Gastehaus Eberlein เมือง Rothenburg o. T. เป็น Apartment 2 ห้องนอน ราคา 28 Euro/คน รวมอาหารเช้า
7 May Übernacht Hostel เมือง Augsburg หอพักห้อง 5 เตียงนอน ราคา 19 Euro/คน ไม่มีอาหารเช้า
8 May Alpenhotel Allgäu เมือง Schwangau 1 ห้องนอน ราคา 42 Euro/คน รวมอาหารเช้า
9 May Gästehaus Alpenblick เมือง Berwang 1 ห้องนอน ราคา 22 Euro/คน รวมอาหารเช้า
10 May Hostel Rotschuo เมือง Gersau หอพักห้อง 5 เตียงนอน ราคา 37 CHF/คน รวมอาหารเช้า
11 May Hostel Rugenpark B&B เมือง Interlaken 2 ห้องนอน ราคา 40 CHF/คน รวมอาหารเช้า
12 May Youth hostel เมือง Bern หอพักห้อง 5 เตียงนอน ราคา 37 CHF/คน รวมอาหารเช้า
13 May Youth hostel เมือง Lausanne หอพักห้อง 5 เตียงนอน ราคา 40.10 CHF/คน รวมอาหารเช้า
14 May Youth hostel เมือง Zermatt หอพักห้อง 5 เตียงนอน ราคา 39 CHF/คน รวมอาหารเช้า
15 May โรงแรม Albergo Ristorante San Giuseppe เมือง Cernobbio 2 ห้องนอน ราคา 34 Euro/คน ไม่มีอาหารเช้า

ทั้งนี้ผมกำหนดงบไว้สำหรับค่าที่พักทั้งหมด 12 คืนไว้ที่ 15,000 บาทต่อคน โดยอัตราแลกเปลี่ยนตอนที่ไปอยู่ที่ 39 บาท/Euro และ 31 บาท/CHF ค่าที่พักทั้งหมดประมาณ 14,000 บาท แต่ว่าเวลาพักค้างแต่ละเมือง บางโรงแรมที่พักจะเรียกเก็บ Tax ต่างหากจากค่าห้องพัก โดยเฉลี่ยค่า Tax ประมาณ 1-3 Euro หรือ CHF ต่อคนต่อคืน รวมแล้วค่าที่พักรวม Tax ก็ยังอยู่ในงบคนละไม่่เกิน 15,000 บาทครับ


รูปที่ 6 : วันเมฆหนาที่ Youth hostel Rotschuo ชานเมือง Gersau ริมทะเลสาบ Lucern

เมืองที่อยู่บนเส้นทาง Romantic road ที่ผมอยากแนะนำให้ไปพักและใช้เวลาเดินเที่ยวเยอะสักหน่อย มีดังนี้ครับ

1. เมือง Würzburg เป็นเมืองที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก จาก UNESCO เลยทีเดียวครับ ตัวเมืองค่อนข้างใหญ่ มีปราสาทตั้งอยู่บนเขา มีโบสถ์หลังใหญ่อยู่ใจกลางเมือง มีสถานที่เที่ยวรอบเมือง เดินดูเพลินๆ ได้สบายๆ อย่าพลาดชม Würzburg Residenz ปราสาทที่สำคัญของเมืองนี้ เมืองนี้ควรใช้เวลาไม่น้อยกว่า 4-6 ชั่วโมง แวะค้างสัก 1 คืน Youth hostel อยู่ใกล้กับปราสาทที่อยู่บนเขา ใกล้ใจกลางเมือง ทำเลดีทีเดียว เดินสบายๆ ชิวๆ ได้ครับ
2. เมือง Rothenburg o. d. T. เป็นเมืองเก่าที่มีเสน่ห์มากๆ เมืองนึง มีกำแพงเมืองตั้งอยู่เกือบรอบเขตเมืองเก่าให้เดินเล่นชมเมือง เมื่อเข้าสู่เขตเมืองเก่ามองไปมุมไหน จะรู้สึกเหมือนอยู่ในอดีต ไม่แปลกเลยที่มีนักท่องเที่ยวมาแวะเยี่ยมชมเมืองนี้กันอย่างคึกคัก คนเอเชียก็เยอะ Youth hostel ตั้งอยู่ในเขตเมืองเก่าด้วย ตึกดูคลาสสิกมาก แวะค้างสัก 1 คืน ควรจองห้องพักที่นี่แต่เนิ่นๆ นะครับ
3. เมือง Schwangau เป็นเมืองที่ตั้งของสถานที่ท่องเที่ยวอันดับ 1 ของเจอมันนี นั่นคือปราสาท Neuschwanstein นอกจากนั้นยังมีปราสาท Hohenschwangau ให้ชมความสวยงามไม่แพ้กัน ถ้ามีเวลาอย่าพลาดแวะเดินเล่นชมทุ่ง บริเวณถนนใกล้ๆ ปราสาทและขึ้นเคเบิลคาร์เพื่อขึ้นเขา Tegelberg เพื่อมองดูปราสาท Neuschwanstein และทะเลสาบโดยรอบในมุมมอง Bird view มีที่พักที่อยู่ใกล้ปราสาทจำนวนไม่มากนัก ที่สามารถเปิดหน้าต่างห้องนอนออกมาชื่นชม วิวปราสาทตั้งอยู่บนเขาได้ ราคาอาจจะแพงสักหน่อย แต่ยังไงก็คุ้มค่ากับการไปเยือน Schwangau เป็นเมืองเล็กๆ ที่ยังคงรักษาความเล็กและความเป็นธรรมชาติไว้เหมือนเมื่อ 10 ปีก่อนครับ

หลายๆ คนเข้าใจผิด คิดว่าปราสาทนี้ตั้งอยู่ในเมือง Füssen ที่จริงแล้ว Füssen เป็นเมืองที่อยู่ติดกับเมือง Schwangau มากที่สุด สามารถเดินทางมาที่ปราสาทได้ในเวลา 5 นาที Füssen เป็นเมืองที่เจริญกว่า ใหญ่กว่า Schwangau แต่ในความเห็นส่วนตัว ผมคิดว่า Füssen มีบรรยากาศในเมืองคล้ายกับเมืองอื่นๆ ในเจอมันนี ไม่ได้มีอะไรโดดเด่น มี Shopping street หรือ Walking street อยู่ใจกลางเมือง มีโรงแรมขนาดกลางอยู่หลายแห่ง เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวมาเยื่ยมชมปราสาท บริษัททัวร์บ้านเราก็นิยมจัดให้แขกพักใน Füssen เนื่องจากมีโรงแรมขนาดกลางรองรับและเดินทางไปเที่ยวปราสาทได้สะดวก ใช้เวลาเดินทาง 5-10 นาที ต่างจากเมือง Schwangau ที่มีแต่โรงแรมขนาดเล็กและมีจำนวนน้อย บรรยากาศมีความเป็นชนบท มีท้องทุ่งหญ้าอยู่ด้านล่างของปราสาท Neuschwanstein ให้เดินเล่น ชิวๆ ครับ


รูปที่ 7 : บรรยากาศชิวๆ ของเมือง Schwangau ใกล้กับปราสาท Neuschwanstein

ขับรถตามเจ้า Navigator ตามแบบฉบับของตัวเอง

ทริปขับรถยุคสมัยนี้มัวแต่มาเปิดสมุดแผนที่ มันตกยุคแล้วครับ แต่ผมก็ยังทำอยู่ อิอิ ผมเคยใช้ทั้งสมุดแผนที่แบบละเอียดและใช้เจ้า Garmin ทริปนี้ผมไม่มีทั้ง 2 อย่าง ทำไงดีหล่ะเรา ว่าแล้วถามคุณพ่อคนเดิมของผมดีกว่า

ตอนแรกผมกะว่าจะหยิบยืมเจ้า Garmin จากพักพวกเพื่อนฝูงไป เพราะเคยใช้มันแล้วพบว่า มันใช้อำนวยความสะดวกในการขับรถต่างถิ่นได้ดีมาก แต่ด้วยความเกรงใจไม่กล้าหยิบยืมและความประหยัดของตัวเองเลยไม่ยอมลงทุนซื้อ เพราะเจ้านี่เค้าขายเฉพาะตัวเครื่องกับแผนที่ประเทศไทย ในราคา 4-5 พันบาท ไปยุโรปก็ต้องซื้อแผนที่ยุโรปต่างหาก (ไม่รวมแผนที่ในสหราชอาณาจักรด้วย) อีก 4-5 พันบาท รวมแล้วถ้าจะพกเจ้านี่ไปทริปนี้ด้วย ต้องจ่ายอีกเกือบหมื่น (เอางบส่วนนี้ไว้ไปกินเบียร์ที่โน่นดีกว่ามั้ย) ผมก็เลยหาวิธีเดินทางแบบคืนสู่สามัญดีกว่า นั่นคือดูแผนที่นั่นเองครับ

การดูแผนที่สมัยนี้ จะให้เปิดหนังสือแผนที่ มันก็ไม่ Intend (ป่าวหรอกครับ ความจริงคือหาซื้อสมุดแผนที่แบบละเอียดๆ ของทั้งประเทศเจอมันนี ออสเตรีย สวิสและอิตาลีไม่ได้) แล้วผมจะเอาแผนที่ละเอียดๆ ที่ไหนดูหล่ะ ว่าแล้วก็ถามพ่อผมต่อ แล้วผมก็ได้ค้นพบแผนที่ยุโรปแบบ Offline เข้าโดยบังเอิญ โดยถามพ่อว่า "offline europe map for ipad" พ่อผมตอบว่า “มีจ๊ะลูกของฟรีซะด้วย” มันก็คือ Europe – Offline map with directU – (free) By NNG Global Services Kft ว่าแล้วอย่ารออยู่ใย จัดการ Download ลงมาใน Ipad2 ที่พิงซื้อให้เอาไว้เล่นเกมส์ซ่ะเลย แผนที่นี้นอกจากจะดูได้ละเอียดระดับถนน ตรอก ซอก ซอยแล้ว ยังครอบคลุมทั้ง 4 ประเทศที่พวกเราจะเดินทางไปด้วย

แผนที่แบบ Offline คือโปรแกรมแผนที่ที่สามารถดูรายละเอียดที่อยุ่ในแผนที่ทั้งหมดได้โดยที่เครื่องไม่ต้องต่อเน็ต หรือไม่ต้องใช้ซิมโทรศัพท์มือถือ ข้อมูลที่อยู่ในแผนที่ทั้งหมดให้ถูกบันทึกไว้ในโปรแกรมเรียบร้อยแล้ว หลังจากเรา Download โปรแกรมและแผนที่(ยุโรป หรือทวีปอื่น) ลงเครื่อง iPad หรือ iPhone ของเราแล้ว เราสามารถเลือกดูแผนที่เมืองต่างๆ ได้อย่างละเอียด

ยังไม่จบง่ายๆ ครับ การเตรียมตัวเรื่องเส้นทางขับรถยังไม่จบแค่นั้น ผมยังต้องปรึกษาพ่อผมเรื่องเส้นทางการขับรถอีกครับ เนื่องจากทริปนี้ผมเลือกที่จะขับรถบน Local road ทั้งใน Germany และ Swizerland ค่อนข้างเยอะครับ ผมจึงใช้ Google map ช่วยหาเส้นทางรถวิ่งจากเมืองหนึ่งไปสู่เมืองถัดไปเตรียมไปด้วยครับ โดยผม Save หน้าจอเส้นทางเหล่านั้นไว้แล้วใช้ iPad และ iPhone เปิดดูระหว่างการเดินทางครับ ที่จริงแล้วเจ้า Europe – Offline map with directU มันไม่ใช่แค่เล่มหนังสือแผนที่ของ 4 ประเทศกะโหลกกะลา ธรรมดาทั่วไป มันมีอะไรมากกว่านั้นครับ ผมขออธิบายในตอนใช้จริงละกันครับว่า มันเป็นอย่างไร คอยติดตามกันต่อไปครับ

การลงโปรแกรม Offline Europe map ใน iPad, iPhone ทำโดย search ใน App Store คำว่า “offline europe map” ก็จะพบ Europe – Offline map with directU – (free) By NNG Global Services Kft ของฟรี! ถ้าลงใน iPad2 แบบ 3Gเป็น Navigator ในตัวโดยไม่ต้องใส่ซิมมือถือใดๆ ด้วย

รูปที่ 8 : บรรยากาศ Local road ใน Austria วิ่งผ่านเทือกเขาสูงและหุบเหว

------------------------------------------------------------------------------------

   ความเห็นที่ 1   [วันที่ 07 September 2013]
ขอบคุณสำหรับคำแนะนำที่เขียนในตอนนี้ครับ
ธันย์

   ความเห็นที่ 2   [วันที่ 05 April 2015]
Excellence !!!
karn_turbo

   ความเห็นที่ 3   [วันที่ 27 April 2015]
ขอบคุณที่มาแชร์ข้อมูลไว้ค่ะ ขอติดตามอ่านต่อเลยนะคะ เราก็วางแผนเช่ารถจากEuropcar เลยอยากรู้ว่าเป็นยังไงบ้างค่ะ ^^
ขวัญ

Verify Image

บังคับใส่ข้อมูลทั้ง 3 ช่อง