ตอนที่ 4 สรุปแผนการเดินทางและค่าใช้จ่าย

หลังจากที่ผมได้จองรถเช่าและที่พักทั้งหมด 12 คืนเสร็จเรียบร้อย ก่อนออกเดินทางประมาณ 2 สัปดาห์ ช่วงหลังสงกรานต์ปี 2013 ผมได้ทำสรุปแผนการเดินทางพร้อมกับประเมินค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เหลือ และสรุปค่าใช้จ่ายทั้งหมดเพื่อให้ทุกคนสามารถ จัดสรรงบประมาณและเตรียมแลกเงินเพื่อใช้จ่ายในทริปนี้ สรุปการเดินทางและค่าใช้จ่ายรวมในแต่ละวันคล่าวๆ มีดังนี้

4 พ.ค. 2013
เครื่องออกจากสนามบินสุวรรณภูมิเวลา 02:55 น. แวะต่อเครื่องที่ Abu Dhabi ประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง แล้วเดินทางต่อไปลงที่สนามบิน Flughafen ในเมืองแฟรงเฟิร์ต Germany เวลา 13.40 น. รับรถเช่าที่บริษัทเช่ารถ Europe ในสนามบินตึก Terminal 1 แล้วขับรถเที่ยวทันที โปรแกรมของวันนี้เที่ยวใน Frankfurt city center และถนน Zeil (shopping street), ศาลาไทยในสวนเมือง Bad Homburg, check-in ที่โรงแรม Mövenpick ในเมือง Oberursel และกินมื้อเย็น ขาหมูเยอรมันกับเบียร์ ในร้านดังของเมือง อยู่ใกล้กับ Shopping street ของเมือง Oberursel ไม่ไกลจากโรงแรมนัก ค่าใช้จ่ายทั้งหมด คือ

  ค่ารถเช่าทั้งหมด 13 วัน 722 Euro
  ค่าอาหารมื้อเย็นที่เมือง Oberursel 100 Euro
  ค่าที่พักโรงแรม Mövenpick ในเมือง Oberursel ชานเมือง Frankfurt 142 Euro


รูปที่ 1 : Frankfurt เมืองศูนย์กลางหลายๆ ด้าน ตั้งอยุ่ใจกลางประเทศ แต่ไม่ค่อยมีสถานที่เที่ยวที่น่าสนใจมากนัก

รูปที่ 2 : ไม่ว่าเราจะนอนในโรงแรม 4 ดาวหรือ Youth hostel ค่าที่พักก็ยังเป็นค่าใช้จ่ายหลักของพวกเรา

5 พ.ค. 2013
วันที่สอง กินอาหารเช้าเสร็จ Check out ออกจากโรงแรมแล้วแวะดูกระต่าย(สูงเท่าเอว) ที่อยู่ตามธรรมชาติในเมือง Kalbach ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากโรงแรม ก่อนขับรถขึ้น Autobahn เพื่อมุ่งหน้าไปยังเมือง Würzburg ซึ่งเป็นเมืองแรกบนเส้นทาง Romantic road แต่ก่อนจะถึงเมือง Würzburg เราแวะเดินเล่นใน Shopping street ในเมือง Wertheim Village ซึ่งเป็นเมืองเล็กๆ เมืองหนึ่งบน Romantic road เช่นกัน แล้วจึงขับรถยัง Youth hostel ของเมือง Würzburg โดยใช้เส้นทาง Local road จากนั้นจึงเดินเที่ยวชมเมือง ชมปราสาทและ Würzburg Residenz ค่าใช้จ่ายทั้งหมด คือ

  ค่าอาหารมื้อเช้าและมื้อกลางวัน 50 Euro
  ค่าตั๋วเข้าปราสาทในบาวาเรียแบบ 14 วัน 104 Euro
  ค่าอาหารมื้อเย็น 100 Euro
  ค่าที่พัก Youth Hostel ในเมือง Würzburg 136 Euro


รูปที่ 3 : อาหารเยอรมันและเบียร์เยอรมันเป็นของคู่กันเสมอ รูปนี้ถ่ายที่ร้านอาหารริมแม่น้ำในเมือง Würzburg

6 พ.ค. 2013
วันที่ 3 กินอาหารเช้าเสร็จ Check out ออกจากโรงแรมแล้วออกเดินทางในเส้นทาง Romantic road กันต่อ โดยขับรถผ่านเมือง Lauda-Konigshofen แล้วแวะเดินเที่ยวในเมืองเล็กๆ 3 เมือง คือ Bad Mergentheim เมืองแห่งสปา, Weikersheim เมือง Princes of Holenlohe และเมือง Creglingen แล้วจึงมุ่งหน้าเข้าสู่ที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรป Rothenburg ob der Tauber เดินเล่นบนกำแพงเมืองและในเขตเมืองเก่า แล้วเข้าพักใน Guesthouse ซึ่งอยู่ชานเมือง ค่าใช้จ่ายทั้งหมด คือ

  ค่าน้ำมัน 20 Euro
  ค่าตั๋วเข้าปราสาทในเมือง Weikersheim 28 Euro
  ค่าอาหารมื้อกลางวัน 50 Euro
  ค่าอาหารมื้อเย็น 100 Euro
  ค่าที่พัก Guesthouse ในเมือง Rothenburg o.D.T 140 Euro

7 พ.ค. 2013
วันที่ 4 กินอาหารเช้าเสร็จ Check out ออกจากโรงแรมที่พักแล้วเดินทางไปตาม Romantic road กันต่อ โดยขับรถผ่านเมือง Schillingsfurst และ Feuchtwangen แวะเดินเที่ยวในเมืองเก่าอีกเมืองนึง นั่นคือ Dinkelsbuhl ขับรถผ่านเมือง Wallerstein เมืองทีมีชื่อเสียงทางด้านโรงงานเบียร์, เดินเที่ยวในเมืองรูปไข่ Nordlingen, เยี่ยมชมปราสาทของเมือง Harburg, แวะเดินเล่นในเมือง Donauworth เมืองแห่งสีสรรแล้วเข้าที่พักในเมือง Augsburg ค่าใช้จ่ายทั้งหมด คือ

  ค่าอาหารมื้อกลางวัน 50 Euro
  ค่าอาหารมื้อเย็น 100 Euro
  ค่าที่พัก Youth Hostel ใน Augsburg 95 Euro
  ค่าจอดรถ 10 Euro


รูปที่ 4 : ทริปนี้พวกเราจ่ายค่าที่จอดรถรวมๆ แล้วก็หลายพันครับ เพื่อนผมเลยต้องลงทุนถ่ายรูปซะหน่อย

8 พ.ค. 2013
วันที่ 5 กินอาหารเช้าเสร็จ Check out ออกจากโรงแรมที่พักแล้วเดินทางกันต่อ โดยเริ่มจากการเดินเที่ยวในเมืองเก่า Friedberg และเมือง Landsberg Am Lech แล้วขับรถผ่านเมืองเล็กๆ 3 เมืองคือ Hohenfurch, Schongau และเมือง Peiting จากนั้นจึงแวะชมโบสถ์สไตล์ Rococo ในเมือง Rottenbuch และโบสถ์ Pilgrimage ในเมือง Wieskirche ซึ่งเป็นโบสถ์มรดกโลก แล้วเข้าสู่ที่พักในเมือง Schwangau เมืองแห่งที่ตั้งของปราสาท Hohenschwangau และ Neuschwantein ค่าใช้จ่ายทั้งหมด คือ

  ค่าอาหารมื้อเช้าและมื้อกลางวัน 50 Euro
  ค่าน้ำมัน 40 Euro
  ค่าอาหารมื้อเย็น 100 Euro
  ค่าที่พักโรงแรมในเมือง Schwangau 208 Euro

9 พ.ค. 2013
วันที่ 6 กินอาหารเช้าเสร็จ Check out ออกจากโรงแรมแล้วขึ้นไปเยี่ยมชมปราสาทเทพนิยาย Neuschwanstein, ขึ้น Cable car Tegelberg เพื่อชมวิวปราสาทและทะเลสาบรอบๆ แวะเดินเที่ยวในเมือง Füssen ซึ่งเป็นเมืองสุดท้ายของเส้นทาง Romantic road แล้วออกเดินทางไปเยี่ยมชมปราสาท Linderhof ขับรถผ่านเมือง Oberau และเมือง Garmisch-Partenkirchen, ไปดูทะเลสาบ Eibsee และ Zugspitze ภูเขาที่สูงที่สุดในเจอมันนี แล้วเข้าสู่ Guesthouse ในเมือง Berwang เมืองเล็กๆ ท่ามกลางเทือกเขา Lechtal Alps ใน Austria ค่าใช้จ่ายทั้งหมด คือ

  ค่าอาหารมื้อกลางวัน 60 Euro
  ค่ารถ Bus ขึ้นปราสาท Neuschwanstein 9 Euro
  ค่ารถกระเช้าขึ้นเขา Tegelberg 92 Euro
  ค่าอาหารมื้อเย็น 100 Euro
  ค่าที่พัก Guesthouse ในเมือง Berwang Austria 107 Euro


รูปที่ 5 : ปราสาท Hohenschwangau ค่าเข้าปราสาททั้งหมดในทริปนี้จ่ายไปไม่น้อยทีเดียว

10 พ.ค. 2013
วันที่ 7 กินอาหารเช้าเสร็จ Check out ออกจากโรงแรม ขับรถไปตามเทือกเขา Alps ชมธรรมชาติที่สวยงามใน Austria แล้วเข้าสู่สวิส เราแวะเดินเล่นในเมือง St.Gallen ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางศาสนา Winterthur เมืองแห่งศิลปะของสวิสและศูนย์กลางทางวัฒนธรรม Zurich เมืองศูนย์กลางของการท่องเที่ยวและเป็นศูนย์รวมทุกสิ่งทุกอย่างของสวิส แล้วขับรถชมวิวของทะเลสาบ Zug มุ่งหน้าสู่ที่พัก Youth Hostel Rotschuo ซึ่งตั้งอยู่ริมทะเลสาบ Lucern ค่าใช้จ่ายทั้งหมด คือ

  ค่าอาหารมื้อกลางวัน 80 CHF
  ค่าน้ำมัน 60 CHF
  ค่าทางด่วนในสวิส 40 CHF
  ค่าจอดรถ 30 CHF
  ค่าอาหารมื้อเย็นในเมือง Zurich 130 CHF
  ค่าที่พัก Youth Hostel ในเมือง Gersau 155 CHF

11 พ.ค. 2013
วันที่ 8 กินอาหารเช้าเสร็จ Check out ออกจากโรงแรม ขับรถเข้าเมืองสู่ Lucern เดินเล่นที่สะพานคาเพลล์บรีคเคอที่มีหอคอยกลางน้ำและอนุสาวรีย์สิงโตสะอื้น (Lowen denkmal) ก่อนออกเดินทางไปตามถนน Local road ทีขนานกับเส้นทางรถไฟสาย Golden line เพื่อชมวิวทิวทรรศน์ 2 ข้างทางซึ่งขึ้นชื่อว่า เป็นเส้นทางที่สวยที่สุดในสวิส เพื่อมุ่งหน้าเข้าสู่เมือง Interlaken เมืองเล็กๆ ที่อยู่ระหว่างทะเลสาบขนาดใหญ่ 2 แห่งคือทะเลสาบ Thun และทะเลสาบ Brienz ค่าใช้จ่ายทั้งหมด คือ

  ค่าอาหารมื้อกลางวัน 60 CHF
  ค่าน้ำมัน 55 CHF
  ค่าจอดรถ 20 CHF
  ค่าอาหารมื้อเย็น 130 CHF
  ค่าที่พัก Youth Hostel ใน Interlaken 200 CHF

12 พ.ค. 2013 (วันที่ 9)
วันที่ 9 กินอาหารเช้าเสร็จ Check out ออกจากโรงแรมเพื่อขึ้นยอดเขาจูงเฟร้า (Jungfrau) ซึ่งเป็นยอดเขาที่มีสถานีรถไฟที่อยู่สูงที่สุดในยุโรป ชมเมืองกรินเดลลวาลด์ (Grindelwald) ซึ่งเป็นเมืองในชนบทที่บ้านเรือนปลูกกระจายอยู่บนภูเขาและตามไหลเขา และเมือง Lauterbrunnen เมืองที่มีเสน่ห์ของธารน้ำตกไหลจากภูเขาลงมาใกล้กับ Shopping street ที่อยู่กลางเมือง หลังจากนั้นเราขับรถกลับมายัง Interlaken เพื่อผ่านไปยังเมืองสไปซ์ (Spiez) และเมืองทุน (Thun) ก่อนมุ่งหน้าสู่เมือง เมืองหลวงของสวิสนั่นคือ เมือง Bern นั่งเอง ค่าใช้จ่ายทั้งหมด คือ

  ค่าจอดรถ 30 CHF
  ค่ารถไฟขึ้นเขา Jungfrau 885 CHF
  ค่าอาหารมื้อกลางวัน 60 CHF
  ค่าอาหารมื้อเย็น 130 CHF
  ค่าที่พัก Youth Hostel ในเมือง Bern 185 CHF


รูปที่ 6 : สถานี Gornergrat เพื่อชมยอดเขา Matterhorn ในเมือง Zermatt ค่ารถไฟขึ้นเขาใน Swiss แพงเอาเรื่องทีเดียว

13 พ.ค. 2013 (วันที่ 10)
วันที่ 10 กินอาหารเช้าเสร็จ Check out ออกจากโรงแรมเพื่อขับรถลงทางใต้ โดยเราแวะชมปราสาทบนภูเขาและโรงงานทำชีสที่มีชื่อเสียงของสวิส ที่เมือง Gruyeres แล้วจึงขับลงใต้ไปที่เมืองวีเว่ย์ (Vevey) แวะชมทะเลสาบเจนีวา Food meseum และบริษัท Nestle สำนักงานใหญ่ จากนั้นจึงเดินทางเข้าเมือง Lausanne เมืองที่ในหลวงของเราเคยพำนักเมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์ เราพักในเมือง Lausanne เพื่อจะได้มีโอกาสเที่ยวในเมืองนี้ได้อย่างเต็มอิ่ม ค่าใช้จ่ายทั้งหมด คือ

  ค่าอาหารมื้อกลางวัน 60 CHF
  ค่าอาหารมื้อเย็น 130 CHF
  ค่าที่พัก Youth Hostel ในเมือง Lausanne 201 CHF
  ค่าจอดรถ 30 CHF

14 พ.ค. 2013 (วันที่ 11)
วันที่ 11 กินอาหารเช้าเสร็จ Check out ออกจากโรงแรมแล้วขับรถเลาะทะเลสาบเจนีวา ไปทางตะวันออกโดยเราแวะชมปราสาทชียอง Chion ปราสาทที่อยู่ในทะเลสาบเจนีวาในเมืองมองเทอ (Montreux) จากนั้นเราจะขับรถต่อไปยังเมือง Tash เพื่อจอดรถทิ้งไว้แล้วนั่งรถไฟเข้าไปยังเมือง Zermatt ซึ่งเป็นเมืองที่อนุญาตให้รถที่ใช้ไฟฟ้าวิ่งในเมืองได้เท่านั้น จุดเด่นของเมืองนี้คือยอดเขา Matterhorn ซึ่งเราไม่พลาดที่จะจับรถไฟ Gornergrat เพื่อชมยอดเขา Matterhorn อย่างใกล้ชิด ค่าใช้จ่ายทั้งหมด คือ

  ค่าน้ำมัน 45 CHF
  ค่าอาหารมื้อกลางวัน 60 CHF
  ค่าจอดรถ 20 CHF
  ค่ารถไฟจากเมือง Tasch ไป Zermatt 35 CHF
  ค่าอาหารมื้อเย็น 80 CHF
  ค่าที่พัก Youth Hostel ในเมือง Zermatt 195 CHF

15 พ.ค. 2013 (วันที่ 12)
วันที่ 12 กินอาหารเช้าเสร็จ Check out ออกจากโรงแรมเพื่อขึ้นรถไฟที่สถานีของเมือง Zermatt กลับไปยังเมือง Tasch เพื่อเอารถที่เราจอดทิ้งไว้เพื่อไปต่อ โดยมีจุดหมายที่เมือง Locarno เพื่อแวะเดินเล่นในใจกลางเมือง ก่อนเดินทางต่อไปยังเมือง Lugano ซึ่งเป็นเมืองสุดท้ายในสวิส แล้วจึงเดินทางเข้าอิตาลี โดยพักที่เมืองเล็กๆ ชื่อ Cernobbio ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กับทะเลสาบ Como เราไม่พลาดที่จะจัดหนักพิซซ่าและสปาเกตตี้ในอาหารมื้อเย็น ค่าใช้จ่ายทั้งหมด คือ

  ค่ารถไฟจากเมือง Zermatt ไป Tasch 35 CHF
  ค่าอาหารมื้อกลางวัน 60 CHF
  ค่าจอดรถ 10 CHF
  ค่าอาหารมื้อเย็น 120 CHF
  ค่าน้ำมัน 55 CHF
  ค่าที่พักโรงแรมในเมือง Cernobbio Italy 135 CHF

16 พ.ค. 2013 (วันที่ 13)
วันที่ 13 กินอาหารเช้าเสร็จ Check out ออกจากโรงแรมเพื่อขับรถเข้าสู่ Milan เมืองแห่งการช็อปปิ้ง และชมโบสถ์ Duomo โบสถ์ขนาดใหญ่ใจกลางเมือง วันนี้จะปล่อยฟรีให้กับทุกคนเดินเลือกซื้อของกันตามสะดวก โดยเราออกจาก Milan เพื่อเดินทางไปยังสนามบิน Malpensa ที่อยู่ชานเมือง Milan เพื่อคืนรถเช่าที่นั่น ก่อนจะ Check-in เพื่อขึ้นเครื่องสายการบิน Etihad กลับสู่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยเราแวะต่อเครื่องที่เมือง Abu dhabi เพื่อยืดเส้นยืดสายประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่งเหมือนเดิม ค่าใช้จ่ายทั้งหมด คือ

  ค่าอาหารมื้อเช้าและมื้อกลางวัน 50 Euro
  ค่าจอดรถ 10 Euro
  ค่าอาหารมื้อเย็น 100 Euro
  ค่าน้ำมัน 30 Euro

รวมทั้งหมด 2,903 Euro และ 3,521 CHF
ค่าใช้จ่ายต่อคน(หาร 5) คนละ 580.60 Euro, 704.20 CHF
อัตราแลกเปลี่ยนคล่าวๆ ในขณะนั้น 38 บาท/Euro และ 31 บาท/CHF
ค่าใช้จ่ายต่อคน คนละ 43,893 บาท


รูปที่ 7 : โซน Shopping ในเมือง Milan ทริปนี้เราแวะซื้อของกันนิดหน่อย

------------------------------------------------------------------------------------

   ความเห็นที่ 1   [วันที่ 01 March 2015]
เป็นการเดินทางที่ ราคาไม่แพงนะคะ ดูสนุกสนาน ดีมากเลยค่ะ
yongjai.zara

Verify Image

บังคับใส่ข้อมูลทั้ง 3 ช่อง