ตอนที่ 8 Donauworth หน้าตาคุ้นๆ เหมือนหน้าปกสมุดวาดเขียน

วันที่ 4 ตื่นขึ้นมากับความเงียบเชียบ นี่คนอื่นยังไม่ตื่นกันอีกเหรอเนี้ย 6 โมงเช้าแล้ว อ่าว แล้วเรานอนอยู่บนโซฟาตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วนอนนี่ทั้งคืนเลยเหรอเนี้ย เมื่อคืนไม่อาบน้ำอีกต่างหาก ผมลุกขึ้นเดินไปเข้าห้องน้ำ ห้องน้ำล๊อคมีคนอยู่ เลยกลับมานั่งที่เดิม สักพักหลอดอาบน้ำเสร็จออกมาจากห้องน้ำ บอกว่า ห้องนอนไม่ค่อยดีเลย อยู่ใกล้ถนนไปหน่อย เสียงรถวิ่งดังทั้งคืน ผมก็งงๆ บอกว่าพี่ไม่ได้ยินอะไรเลย ห้องนั่งเล่นเงียบกริบ หลับสบายยันเช้าเลย ผมเปิดประตูเข้าห้องนอนเพื่อเอาเสื้อผ้ามาอาบน้ำ ในห้องนอนมืดตึ๊ดตื๋อเลย พิงงัวเงียตื่นขึ้นมาบอกว่า เมื่อคืนห้องนอนสว่างจ้าเลยเพราะว่า ฝั่งตรงข้ามถนนเป็นปั้มน้ำมัน เปิดไฟตลอด 24 ชั่วโมง เลยต้องปิดม่านบังแสงลง ได้ยินเสียงรถวิ่งทั้งคืนเลยด้วย อ่าวกำ ผมไม่รู้จะทำยังไง เลยไปอาบน้ำดีกว่า ทุกคนทะยอยกันตื่นแล้วอาบน้ำ เก็บของส่วนตัวใส่กระเป๋าแล้วลงไปกินอาหารเช้ากัน

Gästehaus Eberlein เป็น Guesthouse ขนาดกลางๆ แต่เมื่อคืนนี้แขกเข้าพักเยอะพอสมควร ประมาณ 30-40 คนเห็นจะได้ อาหารเช้าที่นี่จัดเต็มพอสมควร มีแฮม ซาลามี่ เบค่อน ขนมปังมี 2-3 อย่างให้เลือก แยมรสต่างๆ Nutella ชีส สลัด ฉConflex นม ชา กาแฟ น้ำผลไม้ต่างๆ เจ้าของจะเข้ามาถามด้วยว่า เอาไข่ต้มมั้ย พวกเรากินกันอิ่มพอดี สรุปได้ว่า ที่นี่เป็นที่พักดี ราคาไม่แพง อาหารเช้าดี ห้องพักที่นี่ดี เพียงแต่เราโชคไม่ดีที่ได้ห้องที่มีอยู่เพียงไม่กี่ห้อง ที่อยู่ใกล้กับถนน หากหาที่พักในเมืองเก่าไม่ได้ ผมว่าที่นี่ก็เป็นที่พักที่ดีทางเลือกนึงที่อยู่ใกล้เขตเมืองเก่า และราคาไม่แพงครับ

เรา Check out ออกจากโรงแรม แล้วเดินทางกันต่อ โดยเราเลือกขับบนถนนเล็กๆ Local road ไปเรื่อยๆ ผ่านเมืองเล็กๆ 2 เมือง นั่นคือเมือง Schillingsfürst (อ่านว่า ชิลลิงส์เฟิร์สต์) และเมือง Feuchtwangen (อ่านว่า ฟอยชทวังเงน) ไม่ค่อยมีอะไรน่าสนใจจึงไม่ได้จอดรถแวะ พวกเราวิ่งต่อผ่านท้องทุ่งส่องข้างทาง ผ่านหมู่บ้านเล็กๆ ได้กลิ่นขี้วัวบ้าง ผมว่าเราได้เห็นและสัมผัสกับธรรมชาติที่หลากหลายได้บรรยากาศกว่าการขับรถบน Autobahn เยอะครับ พวกเราขับรถบน Local road ประมาณ 1 ชั่วโมงเราก็ถึงเมือง Dinkelsbuhl (อ่านว่า ดิงเคลสบุห์ล) ฝนลงเม็ดปรอยๆ ไม่หนัก เราจอดด้านข้างโบสถ์ที่อยู่ใจกลางเมือง โดยไม่ได้หยอดเงินค่าจอดรถเพราะคิดว่าพนักงานตรวจคงไม่เดินตรวจรถกลางสายฝนแน่ๆ แล้วเราก็เดินเข้าไปหลบฝนข้างในโบสถ์ เดินดูข้างในโบสถ์ไปเรื่อยๆ ซึ่งก็คล้ายๆ กับที่อื่น ไม่มีอะไรน่าสนใจเป็นพิเศษ ดูเสร็จออกจากโบสถ์ฝนหยุดพอดี พวกเราจึงเดินดูในใจกลางเมืองกันต่อ เมืองนี้พวกเราไม่มีโปรแกรมไปดูอะไรเป็นพิเศษ ก็เลยเดินดูสภาพบ้านเรือนไปเรื่อยๆ ครับ เมือง Dinkelsbuhl นี้ผมขอใช้คำว่า “เป็นเมืองแห่งสีสัน” ในเขต City center บ้านแต่ละหลังจะอยู่ติดกัน มีหลากหลายสีผสมสลับกันไป ทำให้บรรยากาศในเมืองไม่เหมือนกับเมืองก่อนๆ ที่เราผ่านมา รถจอดข้างถนนเต็มไปหมด แต่คนเดินถนนไม่ค่อยเยอะครับ อาจเป็นเพราะยังเช้าอยู่ด้วย เราเดินวนไปรอบๆ แล้วมาหยุดอยู่ที่ร้านขายของเก่าร้านนึง เจ้าของกำลังเปิดร้าน ชวนให้เราเข้าไปดูของข้างในร้านเค้า บอกว่าไม่ซื้อไม่เป็นไร ในร้านมีของเก่าขายหลากหลายครับ ตั้งแต่กล่องไม้ขีด เสื้อยืด ไปจนถึงรถมอเตอร์ไซด์ Harley-Davidson รุ่นเก่ารูปร่างคล้ายๆ รถ Vespa เจ้าของร้านคุยเก่งครับ ชวนเราคุยไปเรือย แต่เราไม่ได้ซื้ออะไรของทางร้านหรอกครับ ก็ชวนให้พวกเราเข้าไปดูเฉยๆ หนิ เราออกจากร้านแล้วเดินต่อสักพักจึงกลับไปที่รถแล้วเดินทางกันต่อครับ


รูปที่ 1 : หลบฝนในโบสถ์กลางเมือง Dinkelsbuhl

รูปที่ 2 : เมือง Dinkelsbuhl ถือได้ว่าเป็นเมืองเริ่มต้นแห่งสีสันบน Romantic road

รูปที่ 3 : บรรยากาศบ้านเรือนหลังจากออกจากร้านขายของเก่า

รูปที่ 4 : บริเวณถนนใจกลางเมือง Dinkelsbuhl

ออกจากเมือง Dinkelsbuhl เราตั้งใจจะขับผ่านเมือง Wallerstein แล้วเข้าไปยังเมือง Nordlingen โดยเราข้ามเมือง Schloss Baldern (อ่านว่า ชลอสบาเดิ่น) เนื่องจากเมืองนี้เป็นเมืองเล็กๆ ไม่ค่อยมีอะไรและอยู่นอกเส้นทางพอสมควร วิ่งมาได้ประมาณ 30 นาทีเราก็ถึงเมือง Wallerstein (อ่านว่า วอลเลอร์ชไตน์) เมืองเล็กๆ ที่มีชื่อทางด้านโรงงานเบียร์ เราจึงแวะขึ้นไปดูโรงงานเบียร์ที่ตั้งอยู่บนเขา เราไปเจอโกดังเก็บเบียร์ที่บรรจุขวดเรียบร้อยแล้วขนาดใหญ่พอสมควร มีอยู่หลายโกดัง แต่เราหาร้านขายเบียร์ไม่เจอ วนอยู่ที่โรงงาน 2-3 รอบก็ไม่เห็น จึงตัดใจแล้วไปกันต่อที่เมือง Nordlingen โดยเราแวะเข้าห้องน้ำที่ McDonald’s และซื้อ Hamburger กินเป็นอาหารกลางวันบนรถ


รูปที่ 5 : โกงดังเก็บเบียร์ Fürst Wallerstein เบียร์ดังของเมือง

Nordlingen (อ่านว่า นอร์ดลิงเงิ่น) เมืองรูปไข่ มีซุ้มประตูเมืองและกำแพงเมือง พวกเราไปถึงใจกลางเมืองโดยไม่ผ่านซุ้มประตูเมือง และไม่เห็นกำแพงเมืองเลย เราจอดรถใกล้ๆ กับ Shopping street แล้วเดินเล่นบริเวณนั้น ดูลักษณะบ้านเรือนแล้วคล้ายๆ กับเมือง Dinkelsbuhl ที่เราเพิ่งผ่านมาเมื่อเช้า คือ บ้านเรือนมีสีสัน แต่มีคนเดินถนนเยอะขึ้นเพราะว่าสายแล้ว ถ้ามองผิวเผินเราจะแยกไม่ออกเลยว่า นี่เรากำลังอยู่เมืองอะไร ด้วยเหตุนี้เอง ทำให้พิงกับหลอดไปเดินช๊อปปิ้งเลือกซื้อนีเวียกันไปตามประสาผู้หญิง ผมเดินเล่นบนถนน Shopping street แล้วถ่ายรูปบ้านเรือนของที่นี่เก็บเอาไว้ พอพวกเรารวมตัวกันได้จึงออกเดินทางกันต่อ


รูปที่ 6 : บ้านเรือนใน Norlingen city center ก็มีสีสรรเหมือนกัน

รูปที่ 7 : พวกเรายังคงอยู่ในเส้นทาง Romantic road ในเมือง Norlingen

เสียดายที่เผื่อเวลาเที่ยวเมือง Harburg น้อยไป

ขับรถออกจาก Nordlingen ประมาณ 20 นาที เราก็เจอทางขึ้นปราสาทของเมือง Harburg (อ่านว่า ฮาบูร์ก) ซึ่งตั้งอยู่บนเขา เราจอดรถบริเวณลานจอดรถแล้วเดินขึ้นเขาประมาณ 10 นาทีก็ถึงบริเวณปราสาท ปราสาทแห่งนี้เป็นหนึ่งในปราสาทเพียงไม่กี่แห่งในเจอมันนี ที่ไม่ถูกทำลายในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 พื้นที่บริเวณปราสาทไม่ใหญ่มาก มีกำแพงและตึกล้อมรอบเพื่อป้องกันการรุกรานของศัตรู บริเวณตรงกลางมีบ่อน้ำเล็กๆ ไว้ตักน้ำใช้ภายในปราสาทในสมัยก่อน ปัจจุบันนี้ปราสาทมีโรงแรมและร้านอาหารเล็กๆ อยู่ภายในปราสาทแห่งนี้ด้วย เราเดินบริเวณปราสาทด้านนอกตัวตึกและถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก แล้วจึงเดินกลับไปที่รถเพื่อเดินทางต่อไปยัง Donauwörth เมืองแห่งสีสันที่สวยที่สุดในวันนี้


รูปที่ 8 : บริเวณด้านหน้าประตูทางเข้าปราสาท Harburg มีห้องน้ำไว้ตอนรับนักท่องเที่ยวด้วย

รูปที่ 9 : ภายในปราสาท Harburg

รูปที่ 10 : มุมสวนเล็กๆ ภายในปราสาทแห่งนี้

ออกจากปราสาทเมือง Harburg แล้วเราขับรถผ่านใจกลางเมือง Harburg บรรยากาศบริเวณใจกลางเมืองที่นี่มีเสน่ห์มากทีเดียว ถึงจะเป็นเมืองเล็กๆ แต่บ้านเรือนเมืองนี้สวยงามไม่น้อยเลย มีแม่น้ำไหลผ่านกลางเมือง ดูเป็นธรรมชาติมากเลยครับ พวกเราขับรถหลงทางอยู่พักใหญ่ๆ หลงขับขึ้นไปทางทิศเหนือ ทั้งๆ ที่ต้องขับรถลงใต้ พวกเรามีเวลาไม่มากจึงได้แต่เสียดายที่ไม่ได้ลงไปเดินเล่นดูในเมืองนี้ หากใครมาแวะเมืองนี้เผื่อเวลาสำหรับเดินเล่นบริเวณใจกลางเมืองสักหน่อยก็ดีนะครับ บรรยากาศที่นี่ดีไม่น้อยจริงๆ ครับ

Donauwörth เมืองแห่งสีสรร

หลังจากพวกเราคลำทางกันเจอ เราก็ขับรถลงไปทางใต้ประมาณ 30 นาทีก็ถึงเมือง Donauwörth (อ่านว่า โดนาววอร์ท) เมืองแห่งสีสรรที่สวยที่สุดใน Romantic road เมืองนี้ตั้งอยู่บริเวณที่แม่น้ำ Danau และแม่น้ำ Wörnitz ไหลมาบรรจบกัน เราขับรถลงมาตามถนนหลักที่เข้าสู่ใจกลางเมือง ก็จะผ่านถนน Reichsstraße ซึ่งเป็นถนนที่สวยที่สุดอยู่ใจกลางเมือง มีความยาวประมาณ 500 เมตร สองข้างทางเป็นร้าน shopping ถึงแม้เมืองนี้จะเป็นเมืองเล็กๆ แต่บ้านเรือนหลากสีสรรในเมืองนี้ก็ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ไม่น้อยทีเดียว ถนนสายหลักของเมืองรถจึงติดพอสมควร พวกเราขับวนหาที่จอดรถบนถนนใกล้ๆ แล้วเดินดูสีสันของบ้านเรือนในเมืองนี้กัน


รูปที่ 11 : สีสรรของบ้านเรือนในเมือง Donauwörth

รูปที่ 12 : บนถนน Reichsstraße ถนนหลักของเมือง Donauwörth

รูปที่ 13 : อีกมุมนึงของบ้านเรือนสีสรรบนถนน Reichsstraße

หลังจากเดินเล่นกันประมาณ 1 ชั่วโมงแล้ว เราจำเป็นต้องจากเมืองนี้ไปเพื่อเดินทางต่อไปพักค้างที่เมืองสุดท้ายของวันนี้ นั่นคือเมือง Augsburg (อ่านว่า ออกสบวร์ก) เราขับขึ้น Autobahn จากเมือง Donauwörth มาลงที่ Augsburg ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง เมืองนี้เป็นเมืองใหญ่เมืองหนึ่งในแคว้นบาวาเรีย (Bavaria) ดูสับสนวุ่นวาย ไม่เหมือนกับเมืองเล็กๆ ที่เที่ยวผ่านมา บนถนนมีสายไฟของรถรางห้อยอยู่ระโยงระยาง แต่เราก็จำเป็นต้องวิ่งเข้าเมืองครับ เพราะว่าได้จองห้องพักใน Übernacht Hostel ซึ่งอยู่บริเวณใจกลางเมืองเอาไว้

Übernacht Hostel เป็น Hostel ที่เป็นของเอกชนไม่เหมือนกับ Youth hostel ในเครือ Hostelling International เราสามรถเข้าพักที่นี่ได้ โดยไม่ต้องเป็นสมาชิก Hostelling International ค่าที่พักที่นี่เพียงคนละ 19 Euroต่อคนต่อคืน (ไม่มีอาหารเช้า) เรามาถึงที่นี่เกือบ 6 โมงเย็น แล้วขนสัมภาระเข้าห้องพัก ผมจองห้องพักแบบ 6 เตียงไว้ คือเป็นห้องมีเตียง 2 ชั้นอยู่ 3 เตียง ไม่มีห้องน้ำในตัว ต้องเข้าห้องน้ำรวมด้านนอก ที่นี่มีทั้งหมด 2 ชั้น แต่ละชั้นมีห้องน้ำรวมแยกชาย/หญิง มีห้องครัวพร้อมอุปกรณ์ทำครัวทุกอย่าง ทุกคนสามารถทำอาหารทานเองได้ สภาพโดยรวมของที่นี่ถือว่า สะดวกดีทีเดียว หลังจากที่ได้ห้องพักแล้ว เราเอารถไปจอดไว้ที่อาคารจอดรถที่อยู่ไม่ไกลจากโรงแรม โดยเสียค่าจอด 5 Euro/ 24 ชั่วโมง แล้วจึงไปเดินเที่ยวใน Augsburg city center ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามถนนหน้าโรงแรมนี้เอง โดยคืนนี้เราจะกลับโรงแรมเปลี่ยนบรรยากาศทำอาหารญี่ปุ่นกินกัน


รูปที่ 14 : สภาพห้องนอนใน Übernacht hostel ถ่ายจาก iPhone

พวกเราเดินเล่นบนถนน Shopping street ของเมืองไปเรื่อยๆ ดูๆ ไปร้านต่างๆ ก็คล้ายๆ กับเมืองอื่นๆ เราแวะซื้อไส้กรอกย่างกินรองท้อง ดูเหมือนอ๊อดจะหิวเลยไปถอย pizza มาต่อ กินเสร็จเราก็เดินไปต่อ ไม่ค่อยหิวแล้ว เราเดินต่อสักพัก ถ่ายรูปบรรยากาศของเมืองเก็บไว้ แล้วแวะซื้อใส้กรอกใน Super ก่อนกลับไปทำอาหารเย็นที่โรงแรม


รูปที่ 15 : ไส้กรอกราดซอสโรยปาปริก้าบน Shopping street ในเมือง Augsburg

รูปที่ 16 : ไส้กรอกเอาไม่อยู่ อ๊อดจึงไปต่อที่ร้าน Pizza

รูปที่ 17 : บรรยากาศเมือง Augsburg ตอนเย็น

รูปที่ 18 : ตึกที่มีสีสรรไม่เหมือนใครในใจกลางเมือง

กลับถึงที่พัก พวกเราทุกคนหมกมุ่นกันอยู่ในห้องครัว ทาเกะกับหลอดวุ่นกับการเตรียมข้าวแกงกระหรี่สำเร็จที่หิ้วมาจากญี่ปุ่น พิงกำลังทอดใส้กรอกกินเป็นอาหารเสริม ผมมีหน้าที่จัดการจานชามช้อนซ้อม อ๊อดตระเตรียมน้ำรวมทั้งจัดการแช่เบียร์กับไวน์ที่ริมหน้าต่างเพราะข้างนอกอากาศเย็น พวกเรามีเวลาเพียง 30 นาทีในการทำ กินและเก็บล้าง เพราะว่าเจ้าหน้าที่โรงแรมจะปิดห้องครัวเวลา 3 ทุ่ม ทุกคนทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีมาก อาหารทั้งหมดเสร็จภายใน 10 นาที เรากินข้าวหมดภายใน 10 นาทีและเก็บล้างทุกอย่างไม่ถึง 10 นาทีทันเวลาพอดีครับ


รูปที่ 19 : อาหาร Inter มื้อเย็นของพวกเรา ข้าวไทย แกงกะหรี่ญี่ปุ่นและไส้กรอกเยอรมัน

รูปที่ 20 : กินกับไวน์แดงแช่อุณหภูมิห้องที่ริมหน้าต่างห้องครัว

ระหว่างที่เรากำลังกินมื้อเย็นในครัว มีผู้หญิงหน้าเอเชียเข้ามาในครัว มองหน้าพวกเราแล้วทำหน้างงๆ ปนตกใจเล็กน้อย แล้วพูดขึ้นว่า “คนไทยหรือเปล่าค่ะ” พวกเรากล่าวสวัสดี แล้วชวนน้องทานข้าวด้วยกัน แต่น้องเค้าบอกว่า เค้าทานข้าวไข่เจียวแล้ว คุยไปคุยมาก็เลยรู้ว่า น้องเค้ามากันทั้งหมด 4 คนขับรถเที่ยวบนเส้นทาง Romantic road โดยเริ่มเดินทางจาก Frankfurt เหมือนพวกเรา พรุ่งนี้ก็จะไป Schwangau เหมือนกัน แต่หลังจากนั้นพวกเขาจะไปค้างที่เมือง Innsbruck (อ่านว่า อินส์บูร์ก) ใน Austria กันต่อ ผมคิดว่า มีคนไทยมาเที่ยวในเจอมันนีเยอะครับ เส้นทาง Romantic road ก็เป็นเส้นทางยอดนิยมสำหรับคนที่มีเวลาเที่ยวยาวสักหน่อย วันก่อนผมก็เจอคนไทยใน Würzburg แต่เห็นกันไกลก็เลยไม่ได้ทักทาย คุยกันครับ คนไทยยังไงมองหน้ากันก็รู้ว่า เราคนไทย

หลังจากกินข้าวเสร็จ เรากลับห้อง ผมชวนคนอื่นๆ ไปเที่ยวในบ่อน Casino กัน มี Casino อยู่ใกล้ๆ กันที่พักของเรา ประมาณ 2-3 แห่งครับ ผมอยากรู้ อยากเห็นว่า ข้างในเป็นยังไง อยากจะไปโยก Slot Machine สักหน่อย แต่ไม่มีใครตอบรับจากหมายเลขที่ผมเรียกเลย ทุกคนเหนื่อยกันหมด อยากอาบน้ำนอนแล้ว ก็เลยอดเลยครับ ผมเลยต้องอาบน้ำแล้วรีบนอน ก่อนที่ขบวนรถไฟจากหัวลำโพงจะออกเดินทางครับ


------------------------------------------------------------------------------------

Verify Image

บังคับใส่ข้อมูลทั้ง 3 ช่อง